TU เด้ง 5% โบรกแนะ “ซื้อสะสม” คาดกำไรปี 66 ทะลุ 7 พันล้าน

TU เด้ง 5% โบรกแนะ “ซื้อสะสม” อนาคตสดใส คาดกำไรปี 66 ทะลุ 7 พันล้านบาท รับโมเมนตัมการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจ Petcare และธุรกิจ Value-added รวมถึงฟื้นตัวของ Red Lobster ขณะที่ในปี 67 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 พ.ค. 66) ราคาหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ล่าสุด ณ เวลา 14:57 น. อยู่ที่ระดับ 14.30 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 5.15% สูงสุดที่ระดับ 14.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 339.81 ล้านบาท

บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุว่า ยังแนะนำ “ซื้อสะสม” ราคาเป้าหมาย 18.90 บาท แม้ว่าระยะสั้นมีปัจจัยกดดันอยู่บ้าง แต่ระยะยาวยังน่าสนใจปัจจุบัน โดยคาดว่าการดำเนินงานในปีนี้จะมีสะดุดอยู่บ้างจาก 1. ค่าเงินบาทที่คาดว่ามีแนวโน้มแข็งค่า 2.ราคาปลาในระดับสูง แต่ระยะยาวยังมีมุมมองที่ดีต่ออนาคตของ TU โดยปัจจัยแรกมาจากโมเมนตัมการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจ Petcareและธุรกิจ Value-added ปัจจัยที่สองมาจากการฟื้นตัวของ Red Lobster และปัจจัยสุดท้ายมาจากการลงทุนในธุรกิจที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน Food Tech (Jellagen, Algama), Alternative Protein, เครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Zeavita) เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันวางกำไรสุทธิปี 66 อยู่ที่ 7,073 ล้านบาท ลดลง 0.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน และในปี 2567 วางกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน

Back to top button