MTC วิ่งต่อ 6% หลังเปิดงบไตรมาส 1 โชว์สินเชื่อคงค้าง 1.26 แสนล้านบาท

MTC บวกต่อ 6% หลังเปิดงบไตรมาส 1/66 สินเชื่อคงค้าง 125,744 ล้านบาท พุ่ง 27.51% ลุยขยายสาขาเพิ่ม 600 แห่ง รองรับดีมานด์ลูกค้าทั่วไทยมั่นใจภายในปี 69 พอร์ตสินเชื่อทะลุ 2 แสนล้านบาทตามแผน ตอกย้ำผู้นำธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ของไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 พ.ค. 66) ราคาหุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ล่าสุด ณ เวลา 10:36 น. อยู่ที่ระดับ 39.25 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 6.08% สูงสุดที่ระดับ 40.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 37.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 844.51 ล้านบาท

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ MTC ผู้นำธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ของไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในไตรมาส 1/66 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 5,630 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 26.57%  มีกำไรสุทธิ 1,070  ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดสินเชื่อคงค้างที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และในไตรมาสแรกของปีนี้ ได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีสินเชื่อคงค้างกว่า 125,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,132 ล้านบาท หรือ 27.51% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีบริษัทฯมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มจำนวน 294 สาขา ส่งผลให้มีสาขา 6,962 สาขา โดยในปีนี้วางแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 600 สาขา เมื่อรวมกับสาขาเดิมที่มีอยู่จะทำให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 7,200 สาขา รองรับความต้องการสินเชื่อของลูกค้าทั่วประเทศ

“แผนการดำเนินงานในปีนี้ MTC ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 20% พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของพนักงาน เพื่อส่งมอบการบริการที่ดีแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิผลโครงการคลินิกแก้หนี้ที่มีอยู่ เพื่อให้คำปรึกษาและสร้างวัฒนธรรมทางการเงินที่ดี รวมถึงจัดทำแผนการบริหารหนี้เสีย และติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น”

รองกรรมการผู้จัดการ MTC กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการรองรับแผนการปล่อยสินเชื่อในปี 2566 ที่คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เทียบปีที่ผ่านมา บริษัทฯเตรียมออกหุ้นกู้วงเงินประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อทั้งจากสถาบันการเงินในประเทศไทย และสถาบันการเงินในต่างประเทศอีกด้วย เพื่อไปสู่เป้าหมายภายในปี 2569 พอร์ตสินเชื่อแตะที่ระดับ 2 แสนล้านบาท โดยเน้นการทำตลาดกับลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระหนี้ดี และการรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการใช้บริการสินเชื่อมากขึ้น สนับสนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

Back to top button