“กลุ่มเจมาร์ท” วิ่งยกแผง! เชื่อพ้นจุดต่ำสุด จับตา JMART พลิกกำไรไตรมาส 3

กลุ่ม JMART บวกยกแผง นักลงทุนเชื่อมั่นผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3 พลิกมีกำไร หลังเคลียร์ปัญหาภายใน SINGER ทั้งหมดแล้ว ส่วน JMT ยังมีกำไรเติบโตมั่นคงต่อเนื่อง เล็งดัน “สุกี้ตี๋น้อย” เข้าตลาดช่วงปี 67-68


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 10:07 น. ราคาหุ้นบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART อยู่ที่ระดับ 20.20 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 4.12% สูงสุดที่ระดับ 20.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 132.38 ล้านบาท

ด้านบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER อยู่ที่ระดับ 10.60 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 7.61% สูงสุดที่ระดับ 10.80 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 106.31 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT อยู่ที่ระดับ 43.50 บาท บวก 1 บาท หรือ 2.35% สูงสุดที่ระดับ 43.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 43.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 101.93 ล้านบาท

ส่วน บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J อยู่ที่ระดับ 2.72 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 4.62% สูงสุดที่ระดับ 2.74 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 ล้านบาท

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2566 บริษัทได้ผ่านพ้นช่วงที่แย่สุดไปแล้ว โดยเฉพาะปัญหาของบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ได้รับการแก้ไขทั้งหมดแล้ว ทำให้ในไตรมาส 3 นี้ เชื่อมั่นว่าซิงเกอร์ฯ จะพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างแน่นอน หรือจะกลับเข้าสู่สภาวะที่ใกล้เคียงกับสภาวะปกติ รวมถึงบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ด้วย

ขณะเดียวกัน เมื่อซิงเกอร์ฯ ฟื้นตัวกลับมาได้ ทางเจมาร์ทฯ ในฐานะที่ถือหุ้นใหญ่ในซิงเกอร์ฯ จะกลับมามีกำไรได้ด้วยเช่นกัน เพราะไม่มีแรงกดดันจากซิงเกอร์ฯ แล้ว

ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทแห่งอื่น ๆ ในกลุ่มฯ ​ยังเติบโตได้อย่างมั่นคงเช่นเดิม จากธุรกิจการบริหารสินทรัพย์เอเอ็มซี คือ JMT ที่สร้างกำไรให้กับเจมาร์ทฯ คิดเป็น 53-54%, บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด และ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป หรือ สุกี้ ตี๋น้อย ที่สร้างกำไรให้กับเจมาร์ทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี แม้ทางบริษัทจะมีความมั่นใจว่าทั้งเจมาร์ทฯ และซิงเกอร์ฯ จะพลิกกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ แต่แนวโน้มผลประกอบการของปี 2566 ของทั้งสองบริษัทยังไม่แน่ชัดว่าจะมีกำไรหรือไม่ เนื่องจากครึ่งปีแรกมีผลประกอบการขาดทุน ทำให้ยังต้องดูตัวเลขกำไรของสองไตรมาสที่เหลือของปีนี้อีกครั้ง

ส่วนทิศทางผลประกอบการของเจมาร์ทฯ ในปี 67 นายอดิศักดิ์ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า จะมีกำไร All Time High ได้อย่างแน่นอน

นายอดิศักดิ์ กล่าวถึงธุรกิจสุกี้ตี๋น้อยว่า ขณะนี้มีสาขาอยู่ประมาณ 50 สาขา และอยู่ระหว่างการเพิ่มจำนวนสาขาให้ได้ประมาณ 100 แห่งก่อน หลังจากนั้นถึงจะดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงปี 2567 หรือข้ามไปปี 2568

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกับทีมผู้บริหารในกลุ่มเจมาร์ทฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ส.ค.ว่า ได้มีการรับฟังเกี่ยวกับทิศทางของ JMT โดยทางผู้บริหารมั่นใจว่าเป้าหมายกำไรสุทธิในปี 66 จะเติบโตที่ระดับ 30%

โดยแนวโน้มการจัดเก็บเงินสดจะเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 66 จากปริมาณหนี้ที่ซื้อมาในช่วงไตรมาส 2/66 จะเริ่มทยอยจัดเก็บได้มากขึ้น ทั้งของ JMT และ JK AMC

ทั้งนี้ JMT ยังคงเป้าหมายซื้อหนี้ในปี 66 ที่ 1-1.5 หมื่นล้านบาท โดยซื้อหนี้ไปแล้ว 4.1 พันล้านบาท ในครึ่งปีแรก และคาดว่าธนาคารพาณิชย์จะนำหนี้มาขายเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้ประเมินว่า JMT จะซื้อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

พร้อมกับคาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 592 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 30% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่ม 7% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้น จากหนี้ที่ได้ซื้อมาก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 66 ขึ้นอีก 8% มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากประมาณการส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC เพิ่มขึ้น 105% มาอยู่ที่ 563 ล้านบาท จากบันทึกการจัดเก็บเงินสดของบริษัทร่วมในปัจจุบันนั้นสูงกว่าที่คาดก่อนหน้า และยังคงแนะนำ “ซื้อ” JMT ราคาเป้าหมาย 46 บาทต่อหุ้น

Back to top button