
EA-NEX วิ่งคึก! รับข่าว “นครชัยแอร์” จ่อคว้าเมล์ EV ขสมก. 1.5 พันคัน
EA-NEX บวกแรง! ตอบรับข่าว “นครชัยแอร์” เต็งคว้างานโครงการเช่ารถเมล์ไฟฟ้า ขสมก. 1,520 คัน มูลค่า 1.52 หมื่นล้านบาท หลังยื่นเสนอราคาต่ำสุด พร้อมดึง NEX ผลิตและประกอบทั้งโครงการ ขณะที่กลุ่ม EA แหล่งเงินพร้อม ได้วงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินสูงสุด 1.9-2 หมื่นล้านบาท ไทม์ไลน์ชัด คาดรู้ผลปลาย ธ.ค.นี้ เซ็นสัญญา ม.ค. 69 เริ่มส่งมอบงวดแรกปี 70 ตาม TOR
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ธ.ค.68) ณ เวลา 10:07 น. ราคาหุ้น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA อยู่ที่ระดับ 2.84 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 3.65% สูงสุดที่ระดับ 2.86 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.82 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43.45 ล้านบาท
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX อยู่ที่ระดับ 1.16 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 5.45% สูงสุดที่ระดับ 1.18 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 26.90 ล้านบาท
โดยราคาหุ้น EA และ NEX ปรับตัวขึ้นแรงเช้านี้ ตอบรับการรายงานข่าวจาก แหล่งข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นผู้ยื่นเสนอราคาต่ำสุดในการประมูลโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ของ ขสมก.จำนวนทั้งสิ้น 1,520 คัน
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีราคากลางอยู่ที่ 15,326,737,242.00 บาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการยื่นเสนอราคาจะปรากฏว่าบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เสนอราคาต่ำสุด แต่ขณะนี้ ขสมก.ยังไม่ได้ประกาศผลผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการโดยอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะรายใหญ่ของประเทศไทย ออกมายอมรับว่าเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ยื่นซองเสนอราคาเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้า ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผ่านระบบ e-bidding โดยผู้บริหารระบุว่าหากนครชัยแอร์เป็นผู้ชนะการประมูล จะมอบหมายให้บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX เป็นผู้รับผิดชอบการผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าแต่เพียงรายเดียว เพื่อส่งมอบให้โครงการดังกล่าว
นายนพดล นิ่มพัชราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของ NEX ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะความพร้อมด้านการผลิต ประกอบ และเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้กลุ่มบริษัท EA หากเราชนะการประมูล เราจะให้ เน็กซ์ พอยท์ ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและประกอบรถไฟฟ้ารายเดียวสำหรับโครงการนี้
โดย NEX และกลุ่ม EA มีความพร้อมด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตรถโดยสารไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการพลังงานไปจนถึงบริการสถานีชาร์จไฟฟ้า ช่วยเสริมความมั่นใจว่า การดำเนินโครงการจะสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งมิติการเดินรถ การบำรุงรักษา และความต่อเนื่องของการให้บริการในระยะยาว
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการ NEX กล่าวว่า บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัท นครชัยแอร์ ในศักยภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท EA และ NEX โดยการทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าเพียงรายเดียว จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมต้นทุน รวมถึงรักษามาตรฐานคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการส่งมอบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันในการยื่นประมูลครั้งนี้
ขณะที่แหล่งข่าวจาก EA ระบุว่า ล่าสุดกลุ่ม EA ยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน วงเงินสูงสุด 19,000-20,000 ล้านบาท โดยจะเป็นวงเงินลักษณะทยอยเบิกใช้ (Multi-tranche facility) ซึ่งอาจเป็นบริษัทลูก ไม่ใช่บริษัทแม่กู้โดยตรง ในอัตราดอกเบี้ยในระดับปกติ
สำหรับผลกระทบเชิงบวก การกู้ครั้งนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการชำระหนี้ (Repayment Profile) ภาระการชำระคืนเงินกู้จะลดลง ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operation) เหลือมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้หุ้นกู้ กระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นสามารถนำไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้ได้มากขึ้น สร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้
ขณะที่ NEX กำลังปรับทิศทางกลยุทธ์ครั้งสำคัญ จากรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่เน้น “การขายผลิตภัณฑ์” ไปสู่กลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรและภาครัฐที่มองหาการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมต้นทุนได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับโครงการผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูประบบรถโดยสารสาธารณะในกรุงเทพมหานคร โดย ขสมก.มีแผนเปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ภายใต้สัญญาเช่าใช้รถระยะเวลา 7 ปี จำนวนรวม 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเก่า ยกระดับคุณภาพการให้บริการ ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และสนับสนุนระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 15,355 ล้านบาท
ทั้งนี้หลังจากการยื่นเสนอราคา e-bidding เสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการประกวดราคาจะนำรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอมาตรวจสอบรายละเอียด และคาดว่าจะทราบรายชื่อผู้ที่ชนะการประกวดราคาภายในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้น ขสมก.จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. เพื่อพิจารณาเห็นชอบผลการประกวดราคา และรายงานต่อกระทรวงคมนาคม และนายกรัฐมนตรี โดยจะให้เวลาการอุทธรณ์ผลการประกวดราคาภายใน 7 วันทำการ คาดว่าจะได้ลงนามในสัญญากับผู้รับงานช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 จากนั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับมอบรถในปี 2570 โดยตาม TOR กำหนดว่า ผู้ได้รับงานจะต้องส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศ EV จำนวน 1,520 คัน และหัวจ่ายจำนวน 434 หัว ณ สถานที่ที่ ขสมก.กำหนด ภายในระยะเวลา 360 วัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี
แบ่งเป็น งวดที่ 1 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 300 วันนับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร งวดที่ 2 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 330 วันนับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร งวดที่ 3 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 520 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 146 หัว ภายใน 360 วันนับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร