
RBF ยอดขายในไทย-ต่างประเทศพุ่ง ดันกำไร Q1 โต 34% แตะ 142 ล้านบาท
RBF รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 141.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 105.72 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้จากการขายและให้บริการที่เติบโต 3.36% แตะ 1,085.51 ล้านบาท ทั้งจากยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารและกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 141.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น….% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 105.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการจำนวน 1,085.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.24 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.36 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งมีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,050.27 ล้านบาท
การเพิ่มขึ้นของรายได้ดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 10.23 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.24 และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 25.01 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.99
เมื่อพิจารณาตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ พบว่ากลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารเพิ่มขึ้น 31.73 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.28 และกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้งเพิ่มขึ้น 11.38 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.06 ขณะที่กลุ่มแป้งและซอสลดลง 7.07 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.30
ในส่วนของกลุ่มลูกค้า ยอดขายลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 48.64 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.00 ขณะที่ยอดขายลูกค้ากิจการค้าปลีกทั่วไปลดลง 8.99 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.92 และยอดขายลูกค้ากิจการค้าปลีกขนาดใหญ่ลดลง 4.41 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.00
ยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักจากคำสั่งซื้อของลูกค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารที่กลับมา หลังช่วงก่อนหน้าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อทยอยฟื้นตัวและสนับสนุนยอดขายในประเทศ
ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียของกลุ่มผลิตภัณฑ์วัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร รวมถึงกลุ่มแป้งและซอส และจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกด้านการขายและการตลาดของบริษัทย่อยในต่างประเทศ
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 417.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.56 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวสูงขึ้น

