
ADVANC วิ่ง 4% รับกำไรปี 68 ออลไทม์ไฮ 4.7 หมื่นลบ. จัดเต็มปันผล 27.41 บาท
ADVANC วิ่ง 4% หลังโชว์งบทั้งปีกำไรสุทธิพุ่ง 4.78 หมื่นล้านบาท เติบโต 37% พร้อมปันผลปกติ-พิเศษ งวดล่าสุด 27.41 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ก.พ. 69
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ณ เวลา 10:26 น. อยู่ที่ระดับ 377 บาท บวก 16 บาท หรือ 4.43% ราคาสูงสุด 381 บาท ราคาต่ำสุด 370 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,536.57 ล้านบาท
สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา ตอบรับวานนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2569) ADVANC รายงานกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 47,886 ล้านบาท เติบโต 37% เทียบกับปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และมีกำไรปกติ (Normalized profit) อยู่ที่ 46,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบกับปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.2% (อัตรากำไรปกติ 20.3%) เพิ่มขึ้นจาก 16.4% ในปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากการมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน และประโยชน์จากรายการพิเศษเพียงครั้งเดียวทางภาษี
ขณะที่ ในไตรมาส 4/2568 รายงานกำไรสุทธิที่ 14,282 ล้านบาท เติบโต 54% เทียบกับปีก่อน ด้านรายได้จากการให้บริการหลัก อยู่ที่ 44,825 ล้านบาท เติบโต 7.0% เทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเพิ่มขึ้น 2.8% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการคงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปัจจัยทางฤดูกาลของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบกับปีก่อน และ 3.7% เทียบกับไตรมาสก่อน ตาม ARPU ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการได้มาซึ่งลูกค้าคุณภาพ การส่งเสริมการขายแพ็กเกจ 5G และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่รายได้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เติบโต 9.2% เทียบกับปีก่อน และ 1.3% เทียบกับไตรมาสก่อน
ทั้งนี้จากการขยายตัวของฐานลูกค้า และ ARPU ที่สูงขึ้นจากกลยุทธ์การนำเสนอแพ็กเกจที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้า รายได้บริการลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 2.3% เทียบกับปีก่อน สะท้อนความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยปรับลดลง 4.3% เทียบกับ ไตรมาสก่อน จากการรับรู้รายได้โครงการคลาวด์ขนาดใหญ่ในไตรมาส 3/2568 รายได้จากบริการอื่นปรับลดลง 22% เทียบกับปีก่อน จากรายได้โรมมิ่งกับ NT ที่ลดลง ขณะที่เพิ่มขึ้น 0.5% เทียบกับไตรมาสก่อน จากรายได้บริการประกันมือถือ ซึ่งสอดคล้องกับยอดขาย iPhone 17
ขณะที่รายได้จากการขายอุปกรณ์และซิม เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับปีก่อน และ 53% เทียบกับไตรมาสก่อน ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ iPhone 17 ที่แข็งแกร่ง โดยอัตรากำไรจากการขายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.7% สะท้อนการปรับกลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีก อาทิ การยกระดับศักยภาพของพนักงานขาย การตกแต่งร้าน ประกอบกับความต้องการซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่จากรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้บริโภค
ขณะที่ต้นทุนการให้บริการ ลดลง 9.3% เทียบกับปีก่อน และลดลง 2.7% เทียบกับไตรมาสก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ที่ลดลง 9.1% เทียบกับปีก่อน และลดลง 2.4% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100MHz กับ NT ในเดือนสิงหาคม 2568 และการคัดคำเสื่อมราคาสินทรัพย์ใครงข่าย 3G ครบจำนวน ถูกชดเชยบางส่วนด้วยค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ที่ได้รับจากการประมูลค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ลดลง 28% เทียบกับปีก่อน และ 17% เทียบกับไตรมาสก่อน สอดคล้องกับการสิ้นสุดสัญญา 2100 MHz กับ NT และจากการลดลงของรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ NT
ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบจากสัญญาดังกล่าว ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายปกติ (normalized) เพิ่มขึ้น 23% เทียบ กับปีก่อน จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการควบรวมธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะที่ลดลงเทียบกับไตรมาสก่อน จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมลดลง 14% เทียบกับปีก่อน จากรายการตั้งสำรองครั้งเดียวในไตรมาส 4/2568 และเพิ่มขึ้น 11%
พร้อมกันนี้คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลประจำปี 2568 อัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมอัตรา 19 บาทต่อหุ้น รวมเงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล (ครึ่งปีแรก)ไปแล้ว 6.89 บาท ดังนั้นคงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้อัตรา 27.41 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ก.พ. 2569
