
TNITY กางแผนปี 69 รุกนำ AI ยกระดับบริการ ดันธุรกิจ TFEX โตต่อ
TNITY กางแผนเดินหน้าธุรกิจยั่งยืนภายใต้หลัก ESG นำร่องดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการด้านการเงินเต็มรูปแบบ โชว์ไตรมาส 1 รายได้ 163 ล้านบาท เติบโต 2% รับอานิสงส์ตลาดทุนฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) รายได้พุ่ง 183% ดันส่วนแบ่งการตลาดแตะ 3.93%
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจการเงินและการลงทุน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมตลาดทุนที่มีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างรวดเร็ว
สำหรับหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับบริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ตลอดจนการสนับสนุนการทำงานภายในองค์กรให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยี AI จะมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานค่านิยมองค์กร “S T A R” ประกอบด้วย Sustainable Wealth การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย, Trust การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ, Attitude ทัศนคติที่มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ Reimagine การคิดใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยแนวทางดังกล่าวจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อน TNITY ให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ด้านธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น ในช่วงไตรมาส 1 มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 183.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาด หรือ Market Share ของธุรกิจ TFEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 1.07% มาอยู่ที่ 3.93% สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและการให้บริการผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้ดีขึ้น
ขณะที่แนวโน้มธุรกิจ TFEX ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดผันผวน ขณะที่การต่อยอดด้วยเทคโนโลยี AI และการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทสามารถพัฒนาบริการทางการเงินที่ทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

