6 หุ้นวิ่งคึก รับจิตวิทยาบวกเชื่อมโยง “ภูมิใจไทย”

6 หุ้นวิ่งคึก! ได้แก่ STECON-STPI-PTG-AMA-88TH-DOD มองจิตวิทยาบวกหุ้นเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยที่ตลาดมักมองเป็นเป้าหมายเก็งกำไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 9 ก.พ. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ เวลา 10:41 น. หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางธุรกิจของพรรคภูมิใจไทย และกลุ่มของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกันหลายหลักทรัพย์ ท่ามกลางแรงซื้อเก็งกำไรจากความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาลใหม่

โดยหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่น นำโดย บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.75 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 21.88% ราคาสูงสุดที่ระดับ 9.75 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 9.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 594.30 ล้านบาท

ขณะที่หุ้นบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.77 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 14.19% ราคาสูงสุดที่ระดับ 1.82 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 1.77 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16 ล้านบาท

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.74 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 5.80% ราคาสูงสุดที่ระดับ 4.80 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 4.62 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 77.48 ล้านบาท

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 8.20 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 5.13% ราคาสูงสุดที่ระดับ 8.25 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 8.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 78.68 ล้านบาท

บริษัท ทเวนตี้ โฟร์ คอน แอนด์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.56 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 3.64% ราคาสูงสุดที่ระดับ 4.60 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 4.48 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.91 ล้านบาท

หุ้นบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.16 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 1.46% ราคาสูงสุดที่ระดับ 4.24 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 4.16 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.58 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่หนุนบรรยากาศการลงทุน มาจากความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ หลังผลการเลือกตั้งเบื้องต้นสะท้อนว่าพรรคแกนนำมีโอกาสครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรราว 194 เสียง ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองในฐานะแกนนำรัฐบาลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ไม่เคยมีพรรคใดครองเสียงเกิน 150 เสียง

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากพรรคแกนนำสามารถจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพันธมิตร อาทิ พรรคกล้าธรรมหรือพรรคเพื่อไทย จะทำให้จำนวนเสียงสนับสนุนในสภาเพิ่มขึ้นเกิน 250 เสียง และอาจขยับขึ้นสู่ระดับใกล้ 300 เสียง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาล และเพิ่มโอกาสในการบริหารประเทศได้ครบวาระ 4 ปี ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ

นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่าการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากพรรคแกนนำเคยบริหารประเทศในช่วง 3–4 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้โครงการและมาตรการที่อยู่ในงบประมาณสามารถเดินหน้าต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะดังกล่าวในการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงจากประเด็นการเมือง โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางธุรกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างไรก็ดี ควรติดตามความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด

ขณะที่บล.กรุงศรี มองจิตวิทยาบวกหุ้นเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยที่ตลาดมักมองเป็นเป้าหมายเก็งกำไร STECON, STPI, PTG, AMA. 88 TH, DOD

Back to top button