“ยศชนัน” นำทีม อว. ใช้ AI-นวัตกรรมรังสี อัปเกรดทุเรียนไทย ดันจันทบุรีสู่เมืองหลวงผลไม้โลก

กระทรวง อว. เดินหน้าพลิกโฉม “ทุเรียนไทย” จากสินค้าเกษตรดั้งเดิมสู่สินค้ามูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ชูเทคโนโลยี AI คัดเกรด นวัตกรรมฉายรังสีปลอดภัยยืดอายุส่งออก และการแปรรูปเปลือกทุเรียนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ปักหมุดจันทบุรีฮับผลไม้นวัตกรรมระดับสากล


ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ บริษัท เอมไทยฟรุ๊ต จำกัด และห้องเย็นเกาฟง อำเภอท่าใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูงในการยกระดับอุตสาหกรรมผลไม้เพื่อการส่งออกตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ทุเรียนไทยไม่ใช่แค่ผลไม้เศรษฐกิจทั่วไป แต่เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เป้าหมายสำคัญของกระทรวง อว. คือการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิม ไปสู่มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สากลยอมรับและสามารถจับต้องได้จริงในสวนของเกษตรกร

สำหรับการยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนในปัจจุบัน ได้มีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยตรวจวัดความสุกและคัดแยกกลุ่มน้ำหนักได้อย่างแม่นยำในโรงงานแปรรูปมาตรฐาน ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ “ไม้เคาะ” แบบเดิม มาเป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่ตรวจสอบทุเรียนอ่อน-แก่ เพื่อคำนวณน้ำหนักเนื้อและความชื้นโดยไม่ทำลายเนื้อทุเรียน ซึ่งช่วยลดปัญหาความผิดพลาดในการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังได้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในรูปแบบของ “การฉายรังสีเอกซ์ (X-ray) ในปริมาณปลอดภัย” เข้ามาช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ชะลอความสุก และกำจัดศัตรูพืชกักกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผลไม้ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐานการนำเข้าที่เข้มงวดของคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้รังสีแกมมาทำหมันแมลงวันผลไม้เพื่อลดการใช้สารเคมีในสวนทุเรียนอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันยังมีการสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย สกัดเซลลูโลสและเส้นใยคุณภาพสูงจากเปลือกทุเรียนที่เคยเป็นขยะเหลือทิ้ง นำมาพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเกรดพรีเมียมและเฟอร์นิเจอร์อีโค่ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมทั้งต่อยอดเนื้อทุเรียนสู่เทคโนโลยีการแปรรูปขั้นสูงและการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ในระบบห้องเย็นเพื่อรักษาคุณภาพ รสชาติ และกลิ่นดั้งเดิมไว้รองรับการเติบโตของตลาดโลก

ทางด้าน นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า ปัจจุบันจันทบุรีมีผลผลิตผลไม้มากกว่า 800,000 ตันต่อปี และเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าที่สำคัญ การนำเทคโนโลยีเข้ามาซัพพอร์ตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ ระบบคัดแยก การแปรรูป ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดให้กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

Back to top button