MTC นำทีม “กลุ่มไฟแนนซ์” วิ่ง! ขานรับนโยบายภูมิใจไทย เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดหนี้ครัวเรือน

หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวขึ้นแรง นำโดย MTC หลังตลาดขานรับนโยบายภูมิใจไทยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระหนี้ โบรกมองกำไรปี 69 โตเด่น รับสินเชื่อฟื้น–ต้นทุนการเงินลดลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.พ.69) ราคาหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวขึ้น นำโดย บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 37.75 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 9.42% สูงสุดที่ระดับ 38.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 37.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 498.68 ล้านบาท

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.75 บาท บวก 2 บาท หรือ 7.77% สูงสุดที่ระดับ 28.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 27 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 377.17 ล้านบาท

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ราคาหุ้นอยู่ที่ 8.90 บาท บวก 0.55 บาท หรือ 6.59% สูงสุดที่ระดับ 9.05 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 8.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 247.04 ล้านบาท

บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ราคาหุ้นอยู่ที่ 18.90 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 7.39% สูงสุดที่ระดับ 18.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 267.35 ล้านบาท

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ราคาหุ้นอยู่ที่ 30.25 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 5.22% สูงสุดที่ระดับ 30.25บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 559.95 ล้านบาท

ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า นโยบายผ่อนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเดือนละ 300 บาทเป็นเวลา 60 งวด ของพรรคภูมิใจไทย หนุนการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มไฟแนนซ์อย่าง MTC

ขณะที่กำไร ไตรมาส 4/68 โตเด่นกว่ากลุ่มทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า ราคาปัจจุบันของ MTC ใกล้เคียงราคาในช่วงทำจุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2563 ณ ปัจจุบันถูกขาย PE69 ที่ 10.4 เท่า (-1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 69-70 เฉลี่ย 8% เทียบกับกลุ่มที่ 6-7%

ด้านบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า หุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะทรงตัวในไตรมาส 4/68 เนื่องจากคาดว่าประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ของภาครัฐ จะถูกหักล้างด้วยผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบจำกัดกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก

โดยคาดหวังปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งและการลดภาระหนี้ครัวเรือน (แม้ว่ายังคงอยู่ในระดับสูง) จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้หลายมาตรการ อย่างไรก็ตาม ยังต้องความระมัดระวังคุณภาพสินทรัพย์จากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปี 2569 เราคาดว่า credit cost จะทรงตัวในปี 2569

นอกจากนี้คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะฟื้นตัวที่ TIDLOR และ SAWAD เนื่องจากทั้งสองบริษัทดูเหมือนจะยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และมีแผนที่จะเร่งขยายสินเชื่อในปี 2569 หลังจากใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดในปี 2567-2568 บริษัทในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์คาดว่าจะมีการเติบโตของสินเชื่อเติบโตที่ 10-11% ในปี 2569

ขณะที่คาดว่า KTC และ AEONTS จะยังคงมีการเติบโตของสินเชื่อระดับต่ำในปี 2569 จากการใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน

ขณะที่ NIM คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/68 และปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เราคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 0.25-.0.50% ในปี 2569

โดยคาดว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2569 (15% สำหรับ MTC; 10% สำหรับ TIDLOR และ SAWAD) โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากสินเชื่อที่เติบโตดีและ NIM ที่ดีขึ้น เราคาดว่า KTC และ AEONTS จะมีกำไรเติบโตที่ 4% ในปี 2569 หลักๆ เกิดจาก NIM ที่ดีขึ้นท่ามกลางการเติบโตของสินเชื่อระดับต่ำ

ราคาหุ้นในกลุ่ม consumer finance ปรับตัว underperform SET ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัว ปัจจุบันหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ได้กลายเป็นหุ้นคุณค่า (value Stocks) ที่มี valuation ถูกพอๆ กับหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่มีการเติบโตของกำไรที่ดี ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ PEG ต่ำกว่า 1 เท่า และ PBV ที่มีส่วนลดเมื่อเทียบกับ ROE

สำหรับหุ้นเด่น: MTC, SAWAD, TIDLOR

Back to top button