
BBIK พุ่ง 9% รับกำไรปี 68 นิวไฮ 340 ลบ. อานิสงส์ลงทุน Digital-AI หนุนแบ็กล็อกแตะพันล้าน
BBIK ปรับตัวแรง 9% หลังประกาศผลงานปี 2568 กำไรนิวไฮทะลุ 340 ล้านบาท รับอานิสงส์ลงทุน Digital Transformation และ AI ขณะที่ Backlog แตะ 950–1,000 ล้านบาท โบรกฯ คาดกำไรปี 2569–2570 โตต่อ 14.1% และ 7.6% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24.30 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ณ เวลา 11:03 น. อยู่ที่ระดับ 22 บาท บวก 1.80 บาท หรือ 8.91% ราคาสูงสุด 22.20 บาท ราคาต่ำสุด 20.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 120.83 ล้านบาท
บริษัทเผยผลประกอบการปี 2568 นิวไฮ กำไรสุทธิอยู่ที่ 347 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 341 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 301 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,506 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในหลายอุตสาหกรรม อาทิ การเงิน ประกันภัย พลังงาน การผลิต และกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร รวมถึงการขยายฐานลูกค้าภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2567 มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้ยังโตแกร่ง

บลูบิค ยังได้ทำการเปิดตัวบริษัทลูก ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมงาน บริษัท บลูบิค วัลแคน จำกัด และหน่วยธุรกิจ Digital Excellence & Delivery หรือ DX ของบลูบิค เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้าน DX (พัฒนาระบบดิจิทัล แอปพลิเคชันและโซลูชัน) รองรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง รับดีมานด์การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและการปรับใช้เทคโนโลยีในระดับองค์กรขาขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 127 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 451 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการใช้โมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจตลอดปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งปีเพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2567 เป็น 50% ในปี 2568 ในส่วนของมูลค่างานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ของบริษัทฯ (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมทุน) อยู่ที่ 952 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้มากกว่า 777 ล้านบาทภายในปีนี้ และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 – 2573
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBIK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้บลูบิคขับเคลื่อนโครงการสำคัญระดับ กลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุด
ส่งผลให้ความต้องการขององค์กรธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น และการส่งมอบงานที่รวดเร็วแม่นยำกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการทำงาน (Structure Transformation) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน Digital Excellence & Delivery ให้พร้อมรองรับเทรนด์เทคโนโลยีในทุกมิติ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับองค์กร และ AI Transformation ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการส่งมอบนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
“บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการขยายตัวจากกระแสการปรับใช้เทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละองค์กรมีความต้องการที่แตกต่างกันไปตามบริบทของตนเอง ดังนั้นทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไป บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการขยายการให้บริการที่ครอบคลุมและลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Digital Ecosystem ของลูกค้า ในระยะยาวด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่แม่นยำ เพื่อปลดล็อกศักยภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรลูกค้า” นายพชร กล่าว
นายปัญญา พรขจรกิจกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า การบริหารจัดการกำลังพลภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าเดิม เนื่องจากการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization) ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำ Research & Development รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ (Innovation) จากเดิมที่เคยกระจัดกระจาย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อีกทั้งการทำงานภายใต้แนวคิด “We don’t deliver systems. We deliver outcomes.” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพงานและกรอบเวลาการส่งมอบ จะทำให้บริษัทสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด และส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจให้กับลูกค้า ได้อย่างแท้จริง
“ปัจจุบัน บลูบิค กรุ๊ป มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคฯ มากกว่า 1,000 คน ขณะที่ บลูบิค ดิจิทัล มีกว่า 500 ราย และมีแผนเพิ่มกำลังพล 10% ภายในปีนี้ เพื่อรองรับแผนการเติบโตและโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนยกระดับสู่การเป็น Strategic Tech Enabler ผ่านการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และ โซลูชันใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และโอกาสในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ รวมถึงการดึงดูดพันธมิตรระดับโลก และบรรลุเป้าหมายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคตอีกด้วย” นายปัญญา กล่าวปิดท้าย
ด้านฝ่ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น BBIK ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 126.7 ล้านบาท สูงกว่าที่ฝ่ายนักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 18% และ 21% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่กำไรเติบโต 25% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 87% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการใช้ทรัพยากรได้เต็มประสิทธิภาพ หลังบริษัทกลับมาเร่งรับงานในช่วงปลายปีเพื่อทดแทนการพลาดงานขนาดใหญ่ในไตรมาส 3/2568 ส่งผลให้รายได้เติบโต 10% เมื่อเทียบรายปี และ 18% เมื่อเทียบรายไตรมาส
สำหรับผลการดำเนินงานทั้งปี มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 340 ล้านบาท เติบโต 13% โดยมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 ของ BBIK และบริษัทร่วมทุนอยู่ในกรอบ 950–1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา และยังอยู่ในระดับที่ดี แม้มีการส่งมอบงานจำนวนมากในช่วงไตรมาส 3/2568
ฝ่ายนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้นเฉลี่ย 6.2% และปรับเพิ่มอีกเฉลี่ย 6.4% จากมุมมองเชิงบวกต่ออัตรากำไรที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากทั้งรายได้และมาร์จิ้น จากแรงส่งของงานที่กลับมาหนาแน่น สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจมหภาคที่การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 4/2568 กลับมาสูงสุดตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 และแนวโน้มที่โลกและไทยกำลังเข้าสู่รอบการลงทุน (CAPEX Cycle) เพื่อยกระดับด้านดิจิทัลอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ความต้องการบริการของ BBIK ยังอยู่ในระดับสูงจากกลุ่มลูกค้าธนาคาร การเงิน ประกัน โทรคมนาคม Virtual Bank และภาครัฐ ซึ่งสอดรับกับ Backlog ที่มีอยู่และรองรับเป้าหมายรายได้ปี 2569 ของ KSS แล้วกว่า 40% ประกอบกับความสำเร็จของแผนบริหารทรัพยากรที่บริษัทตั้งเป้าไว้
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปี 2569 และ 2570 จะเติบโตเชิงรุกที่ 14.1% และ 7.6% ตามลำดับ โดยระบุว่าความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ที่รวดเร็วอาจกระทบรายได้ธุรกิจที่ปรึกษาและตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ในระยะกลางถึงยาว แต่ในทางกลับกัน หากบริษัทสามารถใช้จุดแข็งด้านการบูรณาการความสามารถด้านที่ปรึกษาและ Digital Transformation ก็อาจช่วยลดผลกระทบและเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนมูลค่าเหมาะสมในอนาคต
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 24.30 บาท และมองว่า BBIK เป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์สูงจากการเติบโตของรอบการลงทุนใหม่ โดยยังมีอัพไซด์เพียงพอสำหรับการลงทุน
