สังคมข่าวหุ้น

ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังขึ้นมาที่บริเวณแนวต้าน 1,540 จุด แล้วผ่านไม่ได้ ทำให้ปิดตลาดบวกเพียง 4.24 จุด มาที่ 1,532.67 จุด


ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังขึ้นมาที่บริเวณแนวต้าน 1,540 จุด แล้วผ่านไม่ได้ ทำให้ปิดตลาดบวกเพียง 4.24 จุด มาที่ 1,532.67 จุด มูลค่าการซื้อขายยังเกินกว่า 5 หมื่นล้านบาท มาที่ 54,734 ล้านบาท

ความหวังเจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ตลาดหุ้นและราคาสินทรัพย์ทั่วโลกได้รับจิตวิทยาเชิงบวกหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเปิดบอกว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ “ขั้นตอนสุดท้าย” ส่งผลให้ความกังวลเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้น หรือหากจะสรุปแบบง่าย ๆ เลยนะ ตอนนี้หุ้นทั่วโลกจะเคลื่อนไหวไปตาม “ลมปาก” ของทรัมป์ นั่นแหละ

บอนด์ยีลด์ลดลง หนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัว จากการที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวลดลงตาม เป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลาย และส่งแรงหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ในไทย เช่น DELTA และ HANA มีแรงซื้อกลับและพุ่งนำตลาดเมื่อวานนี้ บวกกับ NVIDIA มีผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด ส่งผลเซนติเมนต์เชิงบวกมายังหุ้นชิ้นส่วนฯ ไทยด้วย

“ติดล้อ” TIDLOR พุ่งแรง รับบอร์ดไฟเขียว “ซื้อหุ้นคืน” วงเงิน 2.4 พันล้านบาท พร้อมปันผล 0.69 บาทต่อหุ้น ทำให้วานนี้เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด และราคาปรับตัวบวกแรงกว่า 10.56% ส่วนนักวิเคราะห์หลายโบรกเกอร์ต่างแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ให้กันไว้เกิน 20 บาททุกโบรกฯ อัพไซด์ยังมีอยู่อีกมาก ขณะที่แนวโน้มกำไรปี 2569 ยังเติบโตแน่ ๆ ดังนั้น กลยุทธ์ คือทยอยสะสม หากราคาหุ้นย่อตัวลงมา แต่อย่าไปไล่ช่วงราคากำลังดีดเชียวนะ

ตลาดหลักทรัพย์ และ CMDF อยู่ระหว่างการผลักดันมาตรการออมระยะยาวผ่านกองทุน TISA โดยกำลังรอหารือกับกระทรวงการคลังและอธิบดีสรรพากรคนใหม่ เพื่อสรุปรายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษีและกรอบวงเงินลดหย่อน ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม New Economy และ ESG Bond เพื่อดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในอนาคต

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย ผู้บริหาร บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมแรงเกี่ยวข้าว 20 ไร่ ในโครงการ “ทำนาลดคาร์บอนยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” ที่ร่วมกันหว่านข้าวไปเมื่อเดือน ก.พ. 2569 โดยบริหารจัดการน้ำแบบ “เปียกสลับแห้ง” ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อตัดวงจรการเกิดสภาวะไร้ออกซิเจนในดิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซมีแทน รวมถึงการไม่เผาตอซังข้าวอีกด้วย โดยตั้งเป้าผลผลิตข้าวสารไว้ประมาณ 8,000 กิโลกรัม ซึ่งข้าวเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ส่งต่อความอร่อย ในกิจกรรมด้านซีเอสอาร์ของทางบริษัท

คาเฟอีน

Back to top button