TRUE พุ่ง 3% รับตั้งรัฐบาล-ดาต้าเซ็นเตอร์ JPMorgan อัพเป้าใหม่ 16.70 บ. ชูกำไรโตแกร่ง

TRUE บวกเกือบ 3% โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ซื้อ KGI เคาะ 15.70 บ. รับรัฐบาลใหม่-ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์หนุน ด้าน JPMorgan อัพเป้า 16.70 บ. ชี้เปลี่ยนผู้บริหารลดความเสี่ยง คาดกำไรโตแกร่ง หนุนปันผลพุ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ณ เวลา 10:28 น. อยู่ที่ระดับ 13.80 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.99% สูงสุดที่ระดับ 13.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.16 พันล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางหุ้น TRUE โดยให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 15.70 บาท ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคประเมินรูปแบบราคาเริ่มแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) เพื่อสร้างฐานใหม่หลังจากการพักฐาน โดยให้แนวรับที่ 13.20 บาท และแนวต้านที่ 13.60 – 14.00 บาท หากราคาสามารถทะลุผ่าน (Break) กรอบแนวต้านดังกล่าวไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 14.50 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop loss) ที่ 12.80 บาท

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าจะได้รับปัจจัยบวก (Sentiment) จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศ รวมถึงทิศทางการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data center) ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นหลังจากการเดินหน้านโยบาย Thailand FastPast ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตในการส่งข้อมูล

ส่วนของการประเมินมูลค่า (Valuation) มองว่าหุ้น TRUE ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก (Upside) โดยปัจจุบันมีค่า Forward PE อยู่ที่ 18.6 เท่า ขณะที่คาดการณ์กำไรจะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 170% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่มีค่า PE ระดับ 20.8 เท่า และคาดการณ์กำไรเติบโตเพียง 11% จากปีก่อนหน้าแล้ว ถือว่า TRUE มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน เจพีมอร์แกน (JPMorgan) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น TRUE เป็น “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” (OVERWEIGHT) พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 16.70 บาท (มี Upside ราว 25%) โดยมองว่าการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ภายหลังการขายหุ้นของเทเลนอร์ (Telenor) ออกไป จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ประกอบกับผลงานที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี นิติบุคคล ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2566–2568 เติบโต 22%, ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงทุน (ROIC) ปรับตัวดีขึ้น 4 จุดเปอร์เซ็นต์, อัตราส่วนหนี้สินปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า จากเดิม 5.2 เท่า และบริษัทได้กลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง

ทั้งนี้ JPMorgan คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานของ TRUE จะเติบโตในอัตราทบต้นต่อปี (CAGR) ที่ระดับราว 14% (ระหว่างปี 2568–2571) โดยมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569-2570 มากกว่า 10% และมีอัพไซด์ต่อเงินปันผลราว 25% เมื่อเทียบกับประมาณการของตลาด (Consensus) ซึ่งการปรับราคาเป้าหมายและการ Re-rating ในครั้งนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรและการปรับปรุงโครงสร้างการคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button