ดาวโจนส์ปิดบวก 83 จุด ตลาดคลายกังวลเฟดขึ้นดบ.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค. โดยปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกัน 4 วันทำการ


สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (31 มี.ค.) ที่ 17,716.66 จุด เพิ่มขึ้น 83.55 จุด หรือ +0.47%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,869.29 จุด เพิ่มขึ้น 22.67 จุด หรือ +0.47% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,063.95 จุด เพิ่มขึ้น 8.94 จุด หรือ +0.44%

ภาวะการซื้อขายในตลาดนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากซิตี้กรุ๊ป ประกาศปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ เหลือเพียง 1 ครั้ง ภายหลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวย้ำว่า เฟดจะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ การลดคาดการณ์จำนวนครั้งของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ บ่งชี้ว่าเฟดมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการขยายตัวที่อ่อนแอในต่างประเทศ และตลาดการเงินที่ผันผวน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากรายงานของออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ที่ระบุว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รายงานของ ADP ระบุว่า ภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 191,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 3,000 ตำแหน่ง

หุ้นกลุมเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น โดยหุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ พุ่งขึ้น 1.6% ส่วนหุ้นแอปเปิลดีดตัวขึ้น 1.8% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์โคเวนได้แนะนำให้นักลงทุน “ซื้อ” หุ้นแอปเปิล นอกจากนี้ ราคาหุ้นแอปเปิลยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ จะจัดหาแท็ปเล็ต iPad Pro ให้กับทีมเบสบอลเมเจอร์ลีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านข้อมูลการแข่งขันให้กับทีม

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 1.1%, หุ้นกลุ่มธุรกิจประกันทะยานขึ้น โดยหุ้นพรูเดนเชียล ไฟแนนเชีย และหุ้นอเมริกัน อินเตอร์เนชันแนล กรุ๊ป (AIG) ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2% ขณะที่หุ้นเมทไลฟ์ อิงค์ พุ่งขึ้น 5.4% ขณะที่หุ้นโบอิงร่วงลง 1.8% หลังจากบริษัทโบอิง โค ประกาศแผนลดจำนวนพนักงานกว่า 4,000 ตำแหน่งภายในกลางปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะลดต้นทุน ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดจากบริษัทคู่แข่งอย่างแอร์บัส กรุ๊ป

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ ส่วนในวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนมี.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.พ., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมี.ค.โดยมาร์กิต และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 ปี

Back to top button