GULF-GUNKUL กอดคอเด้ง! ลุ้นบอร์ด กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ 25 มี.ค.นี้ เสียวแตะ 4 บาท

GULF–GUNKUL รีบาวด์รับแรงเก็งกำไร หลังบอร์ด กกพ.เตรียมพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ 25 มี.ค.69 ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุน LNG พุ่ง เสี่ยงค่าไฟแตะ 4 บาท แม้สูตร Claw Back ช่วยชะลอ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 มี.ค.69) ณ เวลา 11:09 น. ราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF อยู่ที่ระดับ 55.75 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 1.83% สูงสุดที่ระดับ 56.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 55.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 793.77 ล้านบาท

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL อยู่ที่ระดับ 2.30 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.77% สูงสุดที่ระดับ 2.34 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.26 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 54.73 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมา ตอบรับข่าว นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ กกพ. จะพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 หลังจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผันผวน โดยราคา Spot LNG ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ที่จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟงวดดังกล่าว

ทั้งนี้จากเดิม กกพ.คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) เป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า Ft โดยชําระคืนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงจากต้นทุนคงค้าง (AF) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 36,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 2 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. ทำให้ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 3 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. รวมทั้งนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า เนื่องจากการลงทุนจริงต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ หรือ Claw Back รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่า Ft ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดใหม่ อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย สูงกว่าค่าไฟงวดปัจจุบันเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ดังนั้นหากภาครัฐต้องการตรึงค่าไฟให้เท่าเดิม จำเป็นต้องมีมาตรการเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

ตัวเลขอัตราค่าไฟดังกล่าวข้างต้น ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง เนื่องจากราคาก๊าซ LNG มีความผันผวน โดยจะมาพิจารณาราคา LNG อีกครั้งระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคมนี้ เพื่อใช้คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้า ก่อนเสนอบอร์ด กกพ. ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อไป” นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หากภาคนโยบายอาจจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ แต่ก็ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง เพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง และได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ สิ่งที่กังวล คือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคา LNG ปรับขึ้น

เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว โดยไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า แต่ กฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้าง และดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าอัตราค่าไฟฟ้าอาจปรับขึ้นทะลุ 4 บาทต่อหน่วย แต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำ ก็อาจจะได้รับผลกระทบได้

นอกจากนี้ เห็นว่าภาครัฐควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ในขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น ๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า

กัลฟ์-กันกุลไม่หวั่นก๊าซพุ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ระบุว่า ค่าไฟฟ้าสูตรที่ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. รวมทั้งนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า เนื่องจากการลงทุนจริงต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ หรือ Claw Back รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่า Ft ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐต้องการตรึงค่าไฟอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย จำเป็นต้องให้ กฟผ.แบกรับหนี้เพิ่มอีกประมาณ 5-6 พันล้านบาท ซึ่งจะลดค่าไฟลงได้ 7 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากปัจจุบัน กฟผ.มีหนี้ค่าเชื้อเพลิงเพียง 36,000 ล้านบาท เทียบกับในอดีตสูงกว่า 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ รัฐอาจพิจารณาอุดหนุนค่าไฟเฉพาะครัวเรือน ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย นอกจากนั้นจะคิดในอัตรา 3.95 บาทต่อหน่วย

โดยจะกระทบกำไรของ BGRIM และ GPSC ลดลงประมาณ 15-20% ขณะที่ GULF กระทบเพียง 2% และ GUNKUL มีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือทรงตัวจากประมาณการกำไร

ทั้งนี้ นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลชุดใหม่ มีแนวโน้มส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่า GULF จะได้รับประโยชน์จากกลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิง (pass-through) ที่มีความแข็งแกร่ง ขณะที่บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL มีแนวโน้มเติบโตจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนใน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงความไม่แน่นอนจากการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ

“เชื่อว่าภาคธุรกิจสาธารณูปโภคของไทยเผชิญกับความเสี่ยงด้านลบในระยะสั้นต่อผลกำไร แต่ความเสี่ยงนั้นกระจุกตัวอยู่ในหุ้นโรงไฟฟ้า SPP มาก เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาก๊าซ”

ดังนั้นจึงปรับลดอันดับภาคธุรกิจสาธารณูปโภคจาก OVERWEIGHT เป็น NEUTRAL เลือกหุ้นที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบผ่อนปรน (PPA) ที่มีกลไกการส่งผ่านเชื้อเพลิง และ/หรือมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงกว่า หุ้นที่แนะนำ คือ “GULF” ราคาเป้าหมาย 76.5 บาท และ “GUNKUL” ราคาเป้าหมาย 3.84 บาท ซึ่งมองว่ามีความยืดหยุ่นมากกว่าภายใต้สภาวะราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผันผวน ในขณะที่ BGRIM และ GPSC มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อการลดลงของกำไรในช่วงที่ราคาก๊าซสูง

Back to top button