
SCC ร่วง 6% โบรกมองลบ หลังหยุดโรงงาน LSP กดต้นทุนเพิ่ม 250 ล้านบาทต่อเดือน
SCC ร่วง 6% หลังมีแรงกดดันจากปัจจัยลบในธุรกิจปิโตรเคมี ขณะที่บริษัทเตรียมหยุดเดินโรงงาน LSP ชั่วคราว ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มราว 250 ล้านบาทต่อเดือน ด้านโบรกเกอร์ประเมิน sentiment ระยะสั้นเป็นลบและปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ณ เวลา 10:03 น. อยู่ที่ระดับ 220.00 บาท ลบ 13.00 บาท หรือ 5.58% สูงสุดที่ระดับ 222.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 218.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 701.30 ล้านบาท
บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย แจ้งว่า ตามที่ได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กรณีการหยุดเดินโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวของบริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด หรือ ROC จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น
SCC ขอเรียนให้ทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันใกล้ในช่วงที่ผ่านมาเอสซีจีได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น นอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียให้น้อยที่สุด
โดยแม้จะได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้วก็ตามจากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและอยู่นอกเหนือการควบคุม ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบมีข้อจำกัดทั้งด้านราคาและความต่อเนื่อง ดังนั้น SCC ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน Long Son Petrochemicals Co.,Ltd. ประเทศเวียดนาม (หรือ LSP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ เป็นการชั่วคราว ในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ในการหยุดโรงงาน LSP ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน
ในช่วงระยะเวลาที่หยุดการดำเนินงานชั่วคราว LSP จะดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อให้โรงงานและเครื่องจักรมีความพร้อมในการดำเนินงาน และสนับสนุนแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้เป็นไปตามกำหนดการ
โดยเอสซีจีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้นอกจากการหยุดโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSPและROC) ดังกล่าวแล้ว การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่นๆ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจียังคงดำเนินการตามปกติ โดยมีการปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญ SCC จะแจ้งให้ทราบต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า มีมุมมองว่าข่าวนี้เป็น ลบต่อ sentiment ระยะสั้น ของ SCC โดยเฉพาะต่อมุมองธุรกิจปิโตรเคมี การหยุดโรงงานชั่วคราวจะทำให้ SCC มี ภาระต้นทุนราว 250 ล้านบาทต่อเดือน ในช่วงที่โรงงานหยุดเดินเครื่อง และสะท้อนว่าธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านวัตถุดิบอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในมุมคุณภาพการบริหาร การเลือกหยุดโรงงานชั่วคราวถือว่าเหมาะสมกว่าการฝืนผลิตในภาวะที่ feedstock ไม่เอื้อปัจจุบันราคาหุ้นสูงกว่าราคาเป้าหมายที่เราให้ไว้ กอปรกับประเด็นการหยุดโรงงาน LSP จึงปรับคำแนะนำลงมาเป็น ถือ แต่คงราคาเป้าหมายที่ 225 บาท


