SPVI วิ่งฉิว 13% รับกำไร Q1 โตทะลัก 182% อานิสงส์ยอดขาย iPhone 17 ทะลุเป้า

SPVI พุ่ง 13% รับกำไรไตรมาส 1/69 โตแรง 182% แตะ 54 ลบ. กวาดรายได้รวมกว่า 2 พันลบ. อานิสงส์ยอดขาย iPhone 17 ทะลัก ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ควบคู่การบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI ณ เวลา 10:04 น. อยู่ที่ระดับ 3.42 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 13.25% สูงสุดที่ระดับ 3.46 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.32 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.97 ล้านบาท

โดยปัจจัยหนุนที่ส่งผลให้ราคาหุ้น SPVI ปรับตัวสูงขึ้น มาจากการรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 54.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.00 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 182.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 1.02 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.67 ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการผลักดันยอดขายควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับรายได้จากการขายและการบริการในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 SPVI มีรายได้รวม 2,015.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.76 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.51 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผ่านทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับผู้จัดจำหน่าย รวมถึงการมีช่องทางการชำระเงินและผ่อนชำระสินค้าที่หลากหลาย ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น โดยกลุ่มสินค้า iPhone ยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่น iPhone 17

ทางด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีจำนวน 226.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.16 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.57 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเติบโตสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.76 มาอยู่ที่ร้อยละ 11.22 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการได้รับส่วนลดต้นทุนจากผู้จัดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีจำนวน 171.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.91 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ตามการเติบโตของยอดขายทั้งช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ อย่างไรก็ตาม SPVI สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรในระหว่างงวด รวมถึงการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจากร้อยละ 8.99 เหลือร้อยละ 8.45

Back to top button