STGT เด้ง 5% ลุ้น Q2 ฟื้นต่อ ขานรับยอดขายพุ่ง-ซื้อหุ้นคืนรอบ 2 วงเงิน 683 ล้านบาท

STGT เด้ง 5% ขานรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังปริมาณขายถุงมือยางเริ่มปรับดีขึ้น และราคาขายมีแนวโน้มขยับขึ้นตามต้นทุน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 พลิกมีกำไรสุทธิ 384 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนรอบ 2 วงเงินไม่เกิน 683 ล้านบาท เริ่ม 12 พ.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ณ เวลา 11:23 น. อยู่ที่ระดับ 11.20 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.67% ราคาสูงสุด 11.40 บาท ราคาต่ำสุด 11 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 77.55 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า STGT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 384 ล้านบาท พลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิ 504 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังลดลง 9.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ เงินประกันน้ำท่วมจำนวน 284 ล้านบาท หรือสุทธิภาษี 227 ล้านบาท การโอนกลับค่าความเสียหายจากน้ำท่วม 60.60 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 92 ล้านบาท และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 89 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 94 ล้านบาท ฟื้นตัวจาก 2 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 แต่ยังลดลงจาก 447 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568

สำหรับปริมาณขายถุงมือยางในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,159 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 4.60% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงเล็กน้อย 0.30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 18.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันชิ้น เพิ่มขึ้น 1.90% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 9.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 9.10% ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าราว 7% ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาขายปรับลดลงมากกว่าต้นทุนน้ำยางที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.40% ลดลงจาก 13.00% ในไตรมาส 1/2568

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลังบริษัทผ่านพ้นผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 84.20% จาก 78.20% ในไตรมาส 4/2568 ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.60% และราคาขายเฉลี่ยปรับขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 10.40% จาก 7.20% ในไตรมาสก่อนหน้า

ด้านแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า STGT มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้อีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณขายและราคาขายที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน รวมถึงปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบของคู่แข่งในประเทศมาเลเซีย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อคำสั่งซื้อและราคาขายในระยะถัดไป

นอกจากนี้ STGT ยังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 683 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินคงเหลือจากโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งแรก โดยกำหนดจำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 62.10 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 2.17% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มีกำหนดซื้อคืนระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคม ถึง 7 พฤศจิกายน 2569

ก่อนหน้านี้ โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกของ STGT สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมีนาคม 2569 โดยบริษัทซื้อหุ้นคืนแล้วจำนวน 100.18 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 3.50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ที่ราคาเฉลี่ย 8.15 บาทต่อหุ้น

Back to top button