TCAP วิ่ง 3% หลังกำไร Q1 โต 24% รับรายได้ประกัน-ส่วนแบ่งบริษัทร่วมหนุน

TCAP วิ่ง 3% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิแตะ 2,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% รับแรงหนุนรายได้ประกันภัย-ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ณ เวลา 10:16 น. อยู่ที่ระดับ 58.75 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 2.62% สูงสุดที่ระดับ 58.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 57.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 82.34 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา ตอบรับบริษัทเปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 2,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12.09% จาก ไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจและโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายของกลุ่ม

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ จำนวน 2,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12.09% จากไตรมาสก่อนหน้าจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจประกันภัย

รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เติบโตตามผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับลดลงอย่างมากจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นของบริษัทย่อย ซึ่งผลการดำเนินงานของธุรกิจสำคัญในกลุ่มธนชาต ประกอบด้วย

ราชธานีลิสซิ่ง มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม 340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.86% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 7.94% จากไตรมาสก่อนหน้า

ธนชาตประกันภัย มีกำไรสุทธิ 446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 102.73% จากไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 1,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 4.89% จากไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับฐานะทางการเงินมีความมั่นคง เน้นเพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มธนชาตมีสินทรัพย์รวม 157,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99% จากสิ้นปี 2568 โดยมีการปรับพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นในตราสารทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน ขณะที่สินเชื่อรวมลดลงเล็กน้อยจากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ด้านโครงสร้างเงินทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 82,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรของไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 10.39%

สำหรับทิศทางในช่วงที่เหลือของปี 2569 กลุ่มธนชาตยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างจำกัดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และความเปราะบางของกำลังซื้อภาคครัวเรือน ซึ่งทั้งหมดนี้ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทดังกล่าว TCAP จะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองลูกหนี้และการพิจารณารับประกันภัยอย่างรอบคอบ การรักษาวินัยด้านความเสี่ยง และการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและเงินสำรอง เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวอย่างยั่งยืน

Back to top button