
TCAP พื้นฐานกำไรแกร่ง ASL ชี้ปันผลสูง 6.4% เคาะเป้า 68.75 บ.
บล.เอเอสแอล (ASL) แนะนำซื้อ TCAP ราคาเป้าหมาย 68.75 บาท ชี้โครงสร้างกำไรแข็งแกร่งและกระจายตัวดี ช่วยลดความผันผวนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยมีธุรกิจประกันภัยเป็นฟันเฟืองหลักในการเติบโต ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และเงินปันผลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.0-6.4% ต่อปี
บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยว่า แนะนำซื้อหุ้น บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ราคาเป้าหมาย 68.75 บาท อิงจากค่า P/BV ที่ 0.78 เท่า ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ที่ระดับ 7.98 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ อย่างไรก็ดีจุดแข็งสำคัญของ TCAP ยังมาจากรายได้ธุรกิจประกันภัยที่เติบโตดีหลังค่าสินไหมลดลงจากการไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนปีก่อน
รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่าง ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK และ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่ TCAP ยังเป็นหุ้นที่โดดเด่นด้านเงินปันผล คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในช่วง 6-6.4% ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพหนี้ โดยในช่วงที่มีปัจจัยกดดันจากสงคราม บริษัทได้สั่งการให้บริษัทย่อยทุกแห่งทำ Stress Test และปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ผลจากการบริหาร ความเสี่ยงและการเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามทวงถามหนี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น -18.98% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยสามารถควบคุม NPLs Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำเพียง 2.11% ซึ่งทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ต่ำกว่า 3% โดยความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงาน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าสนเชื่อรถบรรทุก SME ของ THANI หากราคาน้ำมันทรงตัวบริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังสามารถรักษากำไรตามเป้าหมายได้แต่หากพุ่งถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจทำให้กำไรต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ หลังราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนคุณภาพของโครงสร้างกำไรที่มีความหลากหลายและมีความผันผวนต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในกลุ่มการเงิน เนื่องจาก TCAP มีแหล่งรายได้ที่สมดุลจากทั้งธุรกิจธนาคาร สินเชื่อเช่าซื้อ ประกันภัย และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ทำให้บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรและอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) ให้อยู่ในระดับสูงได้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมจะยังคงมีความไม่แน่นอน
