
“หุ้นแบงก์” วิ่งคึก! โบรกชี้สินเชื่อ Q4 โตแกร่ง-กำไรสะสมอู้ฟู่ 1.9 ล้านลบ.
ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารกอดคอวิ่ง “บล.บัวหลวง” มีมุมมองเชิงบวก คาดการณ์ว่าสินเชื่อจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2569 จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสะสมของ 7 ธนาคารระดับ 1.9 ล้านล้านบาท โต 4.85 หมื่นล้านจากเดือนมี.ค.69 พร้อมยก KBANK และ TTB เป็นหุ้นที่กำไรเติบโตเด่นสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 มิ.ย.69) ณ เวลา 14:25 น. ราคาหุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL อยู่ที่ระดับ 179.50 บาท บวก 4.50 บาท หรือ 2.57% สูงสุดที่ระดับ 180.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 177.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.50 พันล้านบาท
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB อยู่ที่ระดับ 143.00 บาท บวก 2 บาท หรือ 1.42% สูงสุดที่ระดับ 143.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 141.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.45 พันล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ที่ระดับ 209.00 บาท บวก 2 บาท หรือ 0.97% สูงสุดที่ระดับ 210.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 207.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.21 พันล้านบาท
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP อยู่ที่ระดับ 93 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.27% สูงสุดที่ระดับ 93.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 92.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 345.73 ล้านบาท
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB อยู่ที่ระดับ 2.40 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 0.84% สูงสุดที่ระดับ 2.42 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.38 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 291.34 ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยมองเห็นอัพไซด์ต่อประมาณการสินเชื่อรวมในปี 2569 ราว 1-2% ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มธนาคารมักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ก่อนที่จะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
สำหรับภาพรวมสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าธนาคารทั้ง 7 แห่งที่ทางฝ่ายวิจัยให้คำแนะนำ มีการรายงานยอดสินเชื่อรวมที่ 10.8 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการขยายตัวของสินเชื่อเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านั้น นำโดย KBANK ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.2% (จากสินเชื่อองค์กร) รองลงมาคือ KKP เพิ่มขึ้น 1.5% (จากสินเชื่อองค์กร) และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เพิ่มขึ้น 0.5% (จากสินเชื่อองค์กรและเอสเอ็มอี)
อย่างไรก็ตาม มีหลายธนาคารที่รายงานตัวเลขสินเชื่อลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม นำโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งลดลง 1.1% รองลงมาคือ SCB ลดลง 0.8%, BBL ลดลง 0.6% และ TTB ลดลง 0.2% เมื่อพิจารณาในส่วนของเงินฝากรวม พบว่ากลุ่มธนาคารที่ฝ่ายวิจัยให้คำแนะนำมียอดเงินฝาก ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ 13.2 ล้านล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นำโดย KTB, BBL และ TTB
พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าสินเชื่อรวมของกลุ่มธนาคารที่ให้คำแนะนำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จะยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความเข้มงวดในการคัดกรองการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า และยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลกระทบของความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุปสงค์สินเชื่อจะสามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการสินเชื่อหมุนเวียน และความต้องการสินเชื่อของลูกค้ารายย่อยในช่วงก่อนเทศกาล
โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีอัพไซด์ต่อประมาณการสินเชื่อรวมปี 2569 ของกลุ่มธนาคารที่ให้คำแนะนำราว 1-2% และมีอัพไซด์ต่อประมาณการสินเชื่อปี 2569 ของ KBANK และ KKP ราว 1-3% แต่ในทางตรงกันข้าม มองว่าประมาณการพอร์ตสินเชื่อของ TTB มีดาวน์ไซด์อยู่ราว 1-2% ขณะที่ BBL, KTB, SCB และ TISCO ยังคงเป็นไปตามประมาณการสินเชื่อปี 2569 ที่ประเมินไว้
ด้านของผลการดำเนินงาน คาดว่า KBANK และ TTB จะเป็นผู้นำด้านการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยกำไรสะสมที่ปรับปรุงแล้วของกลุ่มธนาคารที่ให้คำแนะนำอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 4.85 หมื่นล้านบาทจากสิ้นเดือนมีนาคม
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสมที่ปรับปรุงแล้ว นับตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม และ กุมภาพันธ์) ของไตรมาส 1/2569
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ของการเปลี่ยนแปลงกำไรสะสมที่ปรับปรุงแล้ว ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมนั้น นำโดย KBANK ที่เพิ่มขึ้น 22% รองลงมาคือ TTB เพิ่มขึ้น 20%, TISCO เพิ่มขึ้น 19%, KTB เพิ่มขึ้น 10%, SCB เพิ่มขึ้น 7% และ KKP เพิ่มขึ้น 4% ในขณะที่ BBL เป็นเพียงธนาคารเดียวในกลุ่มที่ให้คำแนะนำที่มีการเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสมลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

