
KTC วิ่ง 10 วันพุ่ง 16% ลุ้นโชว์กำไร Q2 โตเด่น รับยอดใช้บัตรเพิ่ม-ต้นทุนการเงินลด
KTC บวกยาว 10 วันทะยานเกือบ 16% โบรกชี้กำไรไตรมาส 2 โต 14% รับยอดการใช้บัตรเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 38 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC อยู่ที่ระดับ 36.75 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.68% สูงสุดที่ระดับ 36.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 36.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 167.75 ล้านบาท โดยราคาหุ้น KTC ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.69 โดยคิดเป็นการปรับตัวขึ้นมา 5 บาท หรือ 15.75%
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุก่อนหน้านี้ว่า ยังคงแนะนำซื้อหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาท จากเดิมที่ 35 บาท สะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและการเลื่อนฐานการประเมินมูลค่าไปเป็นปี 2570 โดยปัจจุบันมีผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดหวังจากการลงทุน 9.2% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 8.8%
โดยประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อรวมจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2570 และจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% ในปี 2571 ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะทำได้ถึง 2.2 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับปัจจัยเชิงบวกจากหลายด้านทั้งต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่แข็งแกร่งยืดหยุ่น คุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัว และอัตราภาษีที่กลับสู่ระดับปกติ
ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิเคราะห์ได้ดำเนินการปรับปรุงประมาณการกำไรอย่างละเอียดเพื่อให้สอดรับกับยอดการใช้จ่ายที่เติบโตดีขึ้นและมุมมองต้นทุนสินเชื่อระยะกลางที่ลดลง
นอกจากนี้ KTC ยังคงสร้างผลงานด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้โดดเด่นกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม แม้ว่าภาวะการบริโภคโดยรวมจะชะลอตัวลงก็ตาม ซึ่งสะท้อนมาจากการยกระดับโครงสร้างกลุ่มลูกค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันกลุ่มผู้ถือบัตรที่มีรายได้สูงซึ่งมีสัดส่วนราว 20% ของพอร์ตโฟลิโอ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ยอดการใช้จ่ายสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดหมู่การประกันภัยซึ่งถือเป็นหมวดการใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท อีกทั้ง เมื่อผสานเข้ากับการจัดแคมเปญที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายและโปรแกรมความภักดีของลูกค้า (Loyalty program) จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเฉลี่ยขึ้นอีก 3% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571
ด้านกลยุทธ์การเติบโต ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างการเติบโตของการใช้จ่ายและการเติบโตของลูกหนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้คืนที่รวดเร็วยิ่งขึ้นของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง มากกว่าที่จะเป็นผลมาจากความต้องการสินเชื่อที่อ่อนแอลง ตอกย้ำถึงกลยุทธ์ของ KTC ที่มุ่งเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” และยังสนับสนุนสมมติฐานด้านต้นทุนสินเชื่อ (Credit cost) ที่ลดลง


