TOP ปิดบวก 10% รับ Crack Spread ดีเซลพุ่ง ลุ้นค่าการกลั่น Q2 แตะ 20 เหรียญ

TOP ปิดบวก 10% รับแรงเก็งกำไรอุปทานดีเซลโลกตึงตัว หนุน Crack Spread ทรงตัวสูง ขณะที่โบรกคาดค่าการกลั่นไตรมาส 2/69 แตะ 19-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมแนะนำเป็น “ซื้อ” อัพเป้าราคาใหม่ 59.50 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ก.ค.69) ราคาหุ้นปิดตลาด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 16:30 น. อยู่ที่ระดับ 56.50 บาท บวก 5.25 บาท หรือ 10.24% ราคาสูงสุด 56.50 บาท ราคาต่ำสุด 53.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 4,266.30 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่ตึงตัว หลังยูเครนเดินหน้าใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงกลั่นหลายแห่งต้องหยุดเดินเครื่องนอกแผน และกระทบกำลังการกลั่นในรัสเซียมากกว่า 20%

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัสเซียประกาศระงับการส่งออกเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ตามรายงานที่ CGSI อ้างอิงจากสำนักข่าว Reuters เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภาวะอุปทานที่ลดลงผลักดันส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเทียบกับน้ำมันดิบ หรือ Diesel Crack Spread ในเอเชีย ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากประมาณ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569

แม้จีนจะเพิ่มโควตาส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ปริมาณส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น แต่ CGSI ประเมินว่าอุปทานที่หายไปจากรัสเซียยังมีแนวโน้มสูงกว่าปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากจีน จึงคาดว่า Diesel Crack Spread จะยังทรงตัวในระดับสูงในช่วง 3 เดือนข้างหน้า และเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าการกลั่นของ TOP

ขณะเดียวกัน TOP ได้เริ่มกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานและข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนประมาณ 90% ของปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบของ TOP ในไตรมาส 1/2569 ก่อนลดลงเหลือประมาณ 35% ในเดือนพฤษภาคม หลังบริษัทเพิ่มการจัดหาน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ อเมริกาใต้ และแอฟริกาตะวันตก

แม้น้ำมันดิบจากแหล่งดังกล่าวมีราคาสูงกว่าน้ำมันดิบ Brent แต่ CGSI เชื่อว่าต้นทุนน้ำมันดิบของ TOP ในไตรมาส 2/2569 ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากบริษัทยังมีน้ำมันดิบต้นทุนต่ำจากการจัดซื้อในรอบก่อนหน้า จึงคาดว่าค่าการกลั่นตลาด หรือ Market GRM ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 19-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2569 ส่วนเพิ่มราคาน้ำมันดิบ หรือ Crude Premium ที่อยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน อาจกดดันเศรษฐศาสตร์การกลั่น ส่งผลให้ค่าการกลั่นตลาดลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5-6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนมีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569 หลัง Crude Premium ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

CGSI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของ TOP ในช่วงปี 2569-2571 ขึ้น 3.9-15.2% หลังเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นตลาดเป็น 12.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569, 8.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2570 และ 9.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2571

นอกจากนี้ การหยุดชะงักของอุปทานจากรัสเซีย รวมถึงแนวโน้มกำลังการกลั่นทั่วโลกที่อาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าคาดในช่วงปี 2570-2572 ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มค่าการกลั่นในระยะกลาง ขณะที่การกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบนอกตะวันออกกลางจะช่วยให้ TOP รับมือความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ CGSI มองว่า ปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น TOP คือ Diesel Crack Spread ที่อาจอยู่สูงกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงด้านลบคือผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่อาจสูงกว่าประมาณการ โดยปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 59.50 บาท จากเดิม 51 บาท อ้างอิงอัตราส่วน EV/EBITDA ปี 2570 ที่ 7.75 เท่า

Back to top button