
“หุ้นลิสซิ่ง” พุ่งยกแผง! รับบอนด์ยีลด์ร่วง โบรกชู SAWAD เด่น เคาะเป้า 26 บาท
หุ้นกลุ่มเช่าซื้อปรับตัวขึ้นยกแผง นำโดย SAWAD, MTC และ TIDLOR รับอานิสงส์บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ด้าน KFI แนะนำลงทุน SAWAD ชูเป้า 26 บาท รับผลบวกเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค.69) ณ เวลา 12:19 น. ราคาหุ้น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD อยู่ที่ระดับ 25.25 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 3.06% สูงสุดที่ระดับ 25.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 307.35 ล้านบาท
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC อยู่ที่ระดับ 34.50 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 3.76% สูงสุดที่ระดับ 34.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 33.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 422.75 ล้านบาท
บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR อยู่ที่ระดับ 19.30 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.05% สูงสุดที่ระดับ 19.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 284.97 ล้านบาท
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI อยู่ที่ระดับ 2.18 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.87% สูงสุดที่ระดับ 2.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.14 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31.23 ล้านบาท
บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO อยู่ที่ระดับ 1.40 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 11.11% สูงสุดที่ระดับ 1.42 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.27 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.62 ล้านบาท
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS อยู่ที่ระดับ 105.50 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 1.44% สูงสุดที่ระดับ 105.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 104 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18.68 ล้านบาท
บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC อยู่ที่ระดับ 1.75 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 1.16% สูงสุดที่ระดับ 1.80 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.74 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 98.26 ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ประเมินว่า หุ้นกลุ่มเช่าซื้อได้รับปัจจัยบวก (Sentiment) จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่มีแนวโน้มลดลง ตามการพักฐานของราคาน้ำมันดิบล่าสุด ซึ่งช่วยลดความกังวลในเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยล่าสุดกระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของปีนี้ขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ของ KGI ได้ประเมินราคาเป้าหมายพื้นฐานของ SAWAD ไว้ที่ 26.00 บาท โดยประเมินว่าแนวโน้มราคาหุ้นกำลังพักฐานและทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน มีแนวรับที่ 24.10 บาท และแนวต้าน 25.00-26.00 บาท หากทะลุกรอบแนวต้านนี้ไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 28.00 บาท (กำหนดจุด Stop Loss ที่ 23.80 บาท) นอกจากนี้ มูลค่าหุ้นยังถือว่าไม่แพง โดยมี Forward PE ที่ 8 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับ -1SD ที่ประมาณ 9 เท่า
ส่วนของทิศทางราคาทองคำ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ภาพรวมการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น สาเหตุหลักมาจากการพักตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่มีการปิดช่องแคบ “บับ เอล มันเดบ” แต่อย่างใด โดยมาตรการปิดล้อมทางทะเลจะบังคับใช้เฉพาะกับเรือที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ทำให้ยังคงมีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าจำนวนหนึ่งสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล มันเดบได้ตามปกติ และไม่ได้มีการปิดตัวอย่างถาวร
นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ระงับแผนการยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากคณะที่ปรึกษาอาวุโสได้ออกมาเตือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังลดน้อยลง จากปัจจัยทั้งหมดนี้ ทำให้ตลาดยังไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการปิดช่องแคบมากนัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ ขณะที่กองทุน SPDR ได้เข้าซื้อทองคำจำนวน 10.28 ตันเมื่อสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ดี ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินเพิ่มเติมว่า แม้ราคาทองคำโลกจะสามารถปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือแนวรับที่ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในระยะแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) จึงคาดการณ์ว่าราคาทองโลกอาจปรับตัวลดลงหลังจากขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 4,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยอาจยังคงแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแนวรับและแนวต้านดังกล่าว ทั้งนี้ หากราคาทองโลกร่วงหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็อาจเกิดการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่องได้อีกครั้ง

