
MMM กำไร Q3 โตแตะ 41 ล้านบาท รับรายได้ขายโครงการเพิ่ม เคาะปันผล 0.04 บาท XD 12 พ.ย.นี้
MMM กวาดกำไรไตรมาส 3/69 แตะ 41.02 ล้านบาท ดันงวด 9 เดือนทะลุ 111.08 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจบริหารงานขายโครงการโตเด่น ปันผลระหว่างกาล 0.04 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD 12 พ.ย.นี้ เดินหน้าแผนรุกธุรกิจสินเชื่อรายย่อยและลุยซื้อที่ดินพัฒนาโครงการขายเอง ตอกย้ำฐานะการเงินแกร่งไร้หนี้กู้ยืม
นายกวิน อนันต์พัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ว่า บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 249.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 41.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 695.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 111.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตมาจากการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของหน่วยธุรกิจการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการขยายฐานเครือข่ายเอเจนท์อิสระควบคู่กับการเพิ่มฝ่ายการตลาดภายใน โดยมุ่งเน้นให้บริการแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น อาทิ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN และบริษัทย่อยของ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ BU2 ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงกว่าหน่วยธุรกิจอื่น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในงวดนี้ปรับลดลงเล็กน้อย
นอกจากการบริหารงานขาย MMM ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่เพื่อสร้างฐานรายได้ในระยะยาว โดยได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทย่อยเพื่อให้บริการสินเชื่อรายย่อยที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งได้เริ่มให้บริการแล้วในไตรมาส 3/2569 มียอดสินเชื่อคงค้าง 5.79 ล้านบาท พร้อมทั้งขยายเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยได้ทุ่มงบ 43.78 ล้านบาท ซื้อที่ดินในทำเลบางพลีและแพรกษาเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการเพื่อขาย ตลอดจนได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ MMM-W1 และ MMM-W2 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินรองรับการเติบโต
สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 MMM มีสินทรัพย์รวม 584.97 ล้านบาท โดยโครงสร้างธุรกิจหลักเป็นการเป็นตัวแทนและบริหารงานขายซึ่งเป็นแบบ Asset-light ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนในที่ดินหรือค่าก่อสร้าง ส่งผลให้บริษัทไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ใดๆ ปราศจากภาระดอกเบี้ยจ่ายและความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งผ่านอัตราส่วนสภาพคล่องที่สูงถึง 13.54 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมเตรียมจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569

