นิวไฮโมนิก้าและทีมงาน

*ในช่วงนี้ดูเหมือนว่า โลกของการลงทุนจะเป็นสีเขียวไปทั่วทั้งกระดาน หุ้นหลายตัวพยายามเทคตัวขึ้นทำ new high ตลอดเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กลุ่มนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไล่ซื้อหุ้นกลุ่มเป้าหมายกันอย่างหนักหน่วง และผลดังกล่าวก็ทำให้ดาวดวงใหม่ปรากฏให้เห็นบนกระดาน most active และ most gainer เยอะแยะไปหมดนะจะบอกให้


*ในช่วงนี้ดูเหมือนว่า โลกของการลงทุนจะเป็นสีเขียวไปทั่วทั้งกระดาน หุ้นหลายตัวพยายามเทคตัวขึ้นทำ new high ตลอดเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กลุ่มนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไล่ซื้อหุ้นกลุ่มเป้าหมายกันอย่างหนักหน่วง และผลดังกล่าวก็ทำให้ดาวดวงใหม่ปรากฏให้เห็นบนกระดาน most active  และ most gainer เยอะแยะไปหมดนะจะบอกให้

*ประกอบกับวันก่อนดัชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P 500  กระชากขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่อย่างร้อนแรง พร้อมกับมีคำอธิบายเรื่องเศรษฐกิจ กับการเมืองกำลังดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ย่อมเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดอาการกระดี๊กระด๊าขึ้นมาในทันที บวกกับตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเด้งรับมาตรการ QE เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแบบนี้ ทุกอย่างเลยดูสวยหรูไปหมดไงล่ะค่ะ

*อานิสงส์ดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นไทยกระชากขึ้นไปถึง 1,530.33 จุด แต่ในระหว่างวันที่มีแรงเทขายทำกำไรออกมาเป็นระลอก ดัชนีเลยเกิดอาการทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,525.41 จุด บวกไป 4.88 จุด ด้วยมูลค่า  5.11 หมื่นล้านบาท แต่ยังคงยืนเหนือแนวต้าน 1,520 จุด พร้อมกับตอกย้ำทฤษฎี 3เทคผ่าน “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้จักไหวตัวให้ทันกับสถานการณ์เจ้าค่ะ

*คิดดูแล้วกัน! จู่ๆ มีเสียงร่ำลือเกี่ยวกับ INTUCH เกิดอาการว้อนท์น้องดอกมะลิ JAS อย่างหนัก จนถึงขั้นจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอมาร่วมชายคาเดียวกันนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของการปั่นกระแสธรรมดาๆ เพื่อทำให้ทุกคนเริ่มรู้สึกชินกับข่าวดังกล่าว จึงไม่แปลกใจที่ประเด็นเทกโอเวอร์ถูกหยิบยกขึ้นมาเล่นบ่อยครั้ง เพราะมันเป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนรู้สึกอินอย่างรวดเร็วนะซี

*โชคดีที่ฝั่งมือถือค่ายสีเขียวชิงออกตัวอย่างรวดเร็วว่า เลิกมโนกันเสียที! พร้อมกับยืนยันอย่างหนักแน่นในหลักการว่า ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย! เรื่องทั้งหมดเลยเอวังด้วยประการฉะนี้ แต่ราคาหุ้นยังสามารถยืนปิดที่ 50.50 บาท บวกไป 0.50 บาท ด้วยมูลค่า 2 พันล้านบาท ส่วนรายของน้องดอกมะลิ 8.15 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 2.50% ด้วยมูลค่า 2 พันล้านบาท สรุปคือ ไม่มีอะไรในกอไผ่ ยกเว้นหน่อไม้…อิอิอิ

*ส่วนที่มีอะไรแน่ๆ ต้องยกให้ VNT ซึ่งเป็นอดีตดาวรุ่งปิโตรเคมีในช่วงปี 40 และหายเงียบเข้ากลีบเมฆไปในช่วงก่อนปี 50  ก่อนจะออกมาวาดลวดลายช่วงต้นเดือนพ.ย. เรื่อยมาจนถึงวานนี้ โดยคำตอบที่ได้จากบริษัทอย่างเป็นทางการก็คือ ผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 1 มีความประสงค์ขายหุ้นออก ผู้คนทั่วไปเลยถึงบางอ้อกันเสียที พร้อมกับเข้าใจเหตุผลที่หุ้นขึ้นจาก 9.95 บาท ก่อนจะมาจบตรงที่ 18.30 บาท บวกไป 1.70 บาท หรือขึ้นไป 10.25% ด้วยมูลค่า 945 ล้านบาท แสดงว่า ข่าวรั่วมาระยะหนึ่งแล้วนะคะ

*สำหรับที่เกาะกระแสขึ้นมาติดๆ อย่างหุ้น PTL  อาศัยผลงานเป็นตัวหนุนหลังราคาหุ้น วานนี้ถึงเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดราคาสูงสุดของวันที่ระดับ 14.40 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 10.80%  ด้วยมูลค่า 830 ล้านบาท ซึ่งเป็นการวิ่งขึ้นมาหายอดเดิม 14 บาท เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เดือน “โมนิก้า” มองเป็นความท้าทายสำหรับคนที่เพิ่งเข้าซื้อหุ้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้หุ้นมีอาการ “แตะปุ๊บ ลงปั๊บ” เจ้าค่ะ

*ส่วนในรายของ ALT กระชากขึ้นมาปิดที่ 8.90 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 11.25% ด้วยมูลค่า 840 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะของการไหลตามน้ำ เพราะเมื่อดูจากท้องเรื่องก่อนหน้านี้มีประเด็นที่เพิ่มแวลูให้กับตัวหุ้นค่อนข้างเยอะ เช่น เคเบิลใยแก้วเสร็จตามแผน กำไรพิเศษจากคดีฟ้องร้อง หรือแม้กระทั่งกำไรปีนี้น่าจะเป็นไปตามคาดการณ์ ล้วนเป็นตัวเร่งให้ราคาหุ้นขึ้นไปยืนสองหลักแบบชิวๆ นะจะบอกให้

*เหมือนกับในรายของ FN ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหุ้นยอดนิยมตัวใหม่ของขาโจ๋วัยมัน ก็มีแพทเทิร์นมาจากตัวเลขกำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเรื่องดังกล่าวก็เป็นผลมาจากแผนขยายสาขาในอนาคตชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หุ้นถึงกระชากขึ้นมาปิดที่ 7.20 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่า 175 ล้านบาท แถมรูปแบบการขึ้นเป็นลักษณะ “ขึ้นแล้วย่อ” พร้อมกับยกฐานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในทางเทคนิคบอกไว้ว่า ถูกใจใช่เลยนะคะ

*โดยแพทเทิร์นที่จะทำให้นักเล่นเข้าใจลักษณะข้างต้นได้ดีขึ้น “โมนิก้า” ขอยกให้กับการขยับตัวของ CKP ซึ่งเป็นการเริ่มต้นวิ่งจากจุดสตาร์ท 1.90 บาทช่วงต้นเดือนม.ค. 59 หลังจากนั้นก็แกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ โดยฐานแนวรับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในช่วงเดือนต.ค. ต่อเนื่องถึงธ.ค. เปลี่ยนไปเป็นย่ำฐานอยู่ที่ 3.50 บาท ก่อนจะวิ่งขึ้นมาปิดที่ 3.70  บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 5.10%  ด้วยมูลค่า 322 ล้านบาท พร้อมจะทำ new high ที่ระดับ 3.90 บาท ต้องตามไปดูนะจ๊ะ

*ส่วนหุ้นที่ร้อนแรงจนโอเว่อร์ฮีต “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปยัง ACAP หลังเดินหน้าทำ new high ที่ระดับ 20.80 บาท บวกไป 1.90 บาท หรือขึ้นไป 10% ด้วยมูลค่า 450 ล้านบาท มันเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องคิดถึงเรื่องถอยฉาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว บวกกับสัญญาณทุกตัวบอกเหมือนกันว่า over bought คงต้องคิดให้ดีๆ ก่อนจะเคาะขวารัวๆ นะคะ

*ส่วนจิ๋วแต่แจ๋วอย่าง TM ยังเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบเล่นหุ้นต่ำ 5 บาท  และเหตุผลการเล่นก็มาจากผลงานเริ่มกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ วานนี้ถึงเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 4.36 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 6.90% ด้วยมูลค่า 137 ล้านบาท ย่อมสะท้อนถึงความนิยมชมชอบในเที่ยวนี้ไม่ธรรมดา และมีโอกาสวิ่งขึ้นไปสร้างฐานแถว 4.50 บาทอีกรอบในไม่ช้าเจ้าค่ะ

Back to top button