
หุ้นไทยปรับฐานใหญ่
หลังจากหุ้นเทคได้กระแสตอบรับดีอย่างล้นหลามเป็นเวลาครึ่งปี ในที่สุดก็ถึงเวลาที่หุ้นกลุ่มนี้ถูกขายทำกำไรแบบรัว ๆ
หลังจากหุ้นเทคได้กระแสตอบรับดีอย่างล้นหลามเป็นเวลาครึ่งปี ในที่สุดก็ถึงเวลาที่หุ้นกลุ่มนี้ถูกขายทำกำไรแบบรัว ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลเรื่องตัวเลขกำไรอาจวิ่งไม่ทันราคาหุ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนโยกเงินกลับมาลงทุนในหุ้นแบงก์อีกครั้ง และภาพดังกล่าวก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในระหว่างที่หุ้นแบงก์เทคตัวขึ้นช้า ๆ ก็มีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระยะด้วยเช่นกันนะจ๊ะ
นั่นหมายความว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่การปรับฐานใหญ่อย่างเต็มตัว ผนวกกับดัชนีหลุดแนวรับเส้น 25 วันตรงบริเวณ 1,565 จุดเป็นที่เรียบร้อย เลยเชื่อว่า ดัชนีน่าจะอยู่ในอาการซึม ๆ พักใหญ่ รวมทั้งแรงกดดันที่เกิดจากตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 1,540.90 จุด ลบไป 33.23 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.14 แสนล้านบาท ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นะนายจ๋า!
งานนี้เลยต้องวัดกันที่ผลประกอบการของใครมีแนวโน้มออกมาดี ก็จะมีแรงซื้อเข้ามารับหุ้น และไล่หุ้นกันอีกรอบ “โมนิก้า” ถึงอยากนำเสนอหุ้นทุกไซส์ที่เขาเม้าท์กันว่าดี ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการเล่นหุ้นช่วงผันผวน โดยแนวความคิดที่นักลงทุนมองเหมือนกันคือ กำไรควรจะเติบโตอย่างชัดเจน กับมีค่าพีอีไม่สูงเกินไป และถ้ามีเรื่องปันผลเป็นของแถม ก็จะเป็นแต้มต่อสำหรับนักลงทุนนะจะบอกให้
รายแรกที่อีฉันอยากเอ่ยถึงมากสุดคือ CPF เพราะราคาหุ้นลงมาค่อนข้างเยอะ และแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบ ๆ เป็นเวลาสองเดือน ผนวกกับวันนี้หุ้นมีค่า PE อยู่แค่ระดับ 7.30 เท่า จึงเชื่อว่า ราคาหุ้นที่ระดับ 19.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 717 ล้านบาท เทียบกับราคาเป้าหมายในเบื้องต้นที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ระดับ 25 บาท ก็ยังมีส่วนต่างให้ขาลุยเล่นเยอะพอสมควรเจ้าค่ะ
ส่วนรายที่คัมแบ็กด้วยเรื่องกำไรกลับมาโตอย่าง SCGP ถือเป็นช็อตที่ต้องตามไปดูอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะมีการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนพลังงานได้ดีเยี่ยม แถมบริษัทห้างร้านต่าง ๆ หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระดาษมากขึ้น อีกทั้งบริษัทก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมอีกด้วย หุ้นจึงทะยานขึ้นทำนิวไฮอีกครั้ง และทำให้การยืนปิดที่ระดับ27.75 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 2.78% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 783 ล้านบาท ไม่ใช่ยอดสุดของเที่ยวนี้กระมัง!
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น SINGER เพื่อชี้ให้เห็นผลงานที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จนไตรมาส 1 ปี 69 ระเบิดกำไรออกมาให้เห็นว่า ธุรกิจเช่าซื้อสินค้ากลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว และต่อจากนี้จะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ อีฉันเลยมองว่า การที่หุ้นบวกสวนภาวะตลาดหุ้นที่แดงแป๊ด ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 9.55 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 2.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 334 ล้านบาท ไม่ได้มาเล่น ๆ อย่างแน่นอนค่ะ
เช่นเดียวกับหุ้นเล็กพริกขี้หนูอย่าง MASTEC ก็เป็นหุ้นที่ “โมนิก้า” เม้าท์ถึงบ่อยมากก่อนหน้านี้ และเหตุผลที่ทำให้อีฉันต้องเอ่ยถึงบ่อย ๆ ก็มาจากผู้บริหารใจถึงมาก ซึ่งเห็นได้จากการจ่ายปันผลปี 68 แบบจัดเต็ม และพร้อมที่จะดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ ผนวกกับปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีฉันเลยไม่แปลกใจที่วันนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 2.18 บาท เพราะก่อนหน้านี้ 3-4 วัน หุ้นยังยืนอยู่ที่ 1.50 บาทเองเจ้าค่ะ
ตบท้ายกันที่หุ้นขายซอส XO ซึ่งกลับมาทำผลงานดีขึ้น และดูเหมือนเครื่องเริ่มติดอีกครั้ง “โมนิก้า” ถึงมองการที่หุ้นกลับขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 16.40 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 4.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 52 ล้านบาท ทำให้เชื่อว่า หุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่ระดับ 18.20 บาทในไม่ช้า ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรไตรมาส 1 ปี 69 มากกว่ากำไรทั้งปี 68 ไปแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่กำไรไตรมาส 2 ปี 69 โตต่อนะตัวเอง
โมนิก้าและทีมงาน