
พาราสาวะถี
อีกไม่กี่อึดใจจะได้รู้กัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะป้องกันแชมป์กลับมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สองได้หรือไม่ ผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะออกมาทางไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ
อีกไม่กี่อึดใจจะได้รู้กัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะป้องกันแชมป์กลับมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สองได้หรือไม่ ผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะออกมาทางไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะของผู้สมัครเท่านั้น ตัวเลขของผู้ไปออกเสียงลงคะแนนก็จะเป็นสิ่งยืนยันด้วยว่า คนเมืองหลวงให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งมากน้อยขนาดไหน เพราะหนนี้เป็นทั้งการเลือกผู้บริหาร กทม. และผู้แทนคนกรุงเทพฯ ที่จะเข้าไปดูแลงานด้านนิติบัญญัติหรือสภากทม.ในนาม สก.ทั้ง 50 เขต
ตามระเบียบของกกต. ห้ามไม่ให้มีการทำหรือเปิดเผยผลโพลทุกชนิด 7 วันก่อนการหย่อนบัตร ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าใครนำ ใครตาม ใครมีลุ้นกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ ที่แน่ ๆ ในแวดวงพนันขันต่อ นาทีนี้ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัย แต่วางเดิมพันกันที่ว่า คนชนะจะทำลายสถิติคะแนนเดิมที่ชัชชาติเคยได้ครั้งก่อนหรือไม่ และจะทิ้งห่างอันดับ 2 กี่คะแนน ที่เหลือก็เป็นการวัดและวางกันว่า อันดับ 2 ถึง 5 นั้นจะเป็นใคร ถ้าไม่โลกสวยต้องยอมรับว่าวงการนักเดิมพันนั้นเขาได้เสียกันทุกเรื่องอยู่แล้ว
ประเด็นการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากที่มีข่าว อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งยกเลิกผลการสอบและการบรรจุข้าราชการจากการสอบดังกล่าวทั้งหมด กระทั่งเสี่ยหนูต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ได้บอกเช่นนั้น ให้ยกเลิกเฉพาะที่ตรวจสอบและยืนยันได้ว่ามีการทุจริตเท่านั้น นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ต้องมองลึกลงไป ทำไมในช่วงเวลานี้ปัญหาทั้งหลายจึงมามะรุมมะตุ้มอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยในความดูแลของท่านผู้นำด้วย
ในเมื่อเสี่ยหนูก็นั่งเก้าอี้ มท.1 มาอย่างต่อเนื่อง แม้จะขาดช่วงไปพักหนึ่งจากการไขก๊อกร่วมรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร อันเป็นเวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็กลับมา และมีการโยกย้ายกันล็อตใหญ่ก่อนเลือกตั้ง ถือเป็นการวางฐานอำนาจที่เข้มแข็ง ถ้ามองข้ามเรื่องหวังผลเลือกตั้ง เป็นการเตรียมคนเพื่อสนองงาน และทำตามนโยบายหลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาลอำนาจเต็ม มันก็ควรที่จะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อย แต่นี่ กลับเกิดอาการสะดุดทั้งที่เริ่มต้นทำงานกันแค่ไม่กี่เดือน
ตรงนี้มันต้องมีปัญหาภายใน โดยเชื่อกันว่าไม่น่าจะใช่เรื่องการบริหารจัดการของเสี่ยหนูในฐานะคนกุมบังเหียนกระทรวงคลองหลอด อาจจะเป็นเรื่องการใช้อำนาจ บารมี ไปสั่งการให้ผู้บริหารระดับรองตั้งแต่อธิบดีไปจนถึงนายอำเภอที่เป็นเด็กในคาถาของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ จึงทำให้เกิดการขบเหลี่ยมหรือล้ำเส้นกันเกิดขึ้น แม้ภาพภายนอกจะมองกันว่าเสี่ยหนูอยู่ในโหมดยอมกุนซือหมอผีเขมรมาโดยตลอด ถึงขนาดที่ให้มือขวาของกุนซือมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำงานชนิดตัวติดกันก็ตาม
นั่นเป็นเพราะระยะหลังอนุทินเริ่มมองเห็นแล้วว่า หลายเรื่องหากไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลมจะกลายเป็นหัวเชื้อสำคัญมาสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล จึงยอมในสิ่งที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคต้องการไม่ได้ ตั้งแต่ปัญหาความขัดแย้งที่ภูเก็ต มาถึงปมทุจริตสอบท้องถิ่น เห็นได้ชัดว่า ตัวละครแต่ละคนที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ล้วนแต่มีผู้หนุนหลังระดับบิ๊กของพรรคสีน้ำเงินทั้งสิ้น ยิ่งมองลึกลงไปก็จะเห็นความเชื่อมโยงที่แยกชัดระหว่าง สายตรงเสี่ยหนูกับสายตรงบุรีรัมย์
ข่าวที่ปรากฏก่อนหน้าว่าเริ่มเกิดการไม่ลงรอย เหยียบตาปลา กระทั่งต้องนัดกินข้าวเคลียร์ใจ ทำท่าว่าจะเข้าเค้า พอจะเข้าใจได้ด้วยความที่ไม่หือไม่อือในช่วงรัฐบาลอายุสั้นของเสี่ยหนู เนื่องด้วยความจำเป็นที่จะต้องรักษาภาพลักษณ์เพื่อให้ผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ไปก่อน เมื่อได้ถืออำนาจเต็มแล้วค่อยมาแสดงศักยภาพของตัวเองให้เต็มที่ ยอมได้ในบางเรื่องโดยมีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มากจนเกินงาม เพราะ โจทย์ที่คนเป็นนายกฯ รับมาจากพลังสนับสนุน กับเป้าหมายที่แท้จริงของกุนซือพรรคสีน้ำเงินมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ต้นทุนที่ว่าด้วยกระสุนช่วงเลือกตั้งนั่นเป็นประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ และช่วยสะสางกันไปภายใต้การครองอำนาจตามกรอบเวลา 4 ปี แต่ต้นทุนที่เสี่ยหนูได้รับมาเฉพาะตัวกระทั่งสามารถรวบรวมเสียงหนุนจากเหล่าชนชั้นอีลิท รวมไปถึงการมีรัฐมนตรีคนดีย์มาช่วยสร้างภาพการยอมรับให้กับรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องรักษาไว้ให้ได้ และต้องเร่งทำงาน หากยังมัวแต่คิดถึงประโยชน์ที่จะต้องได้คืน เกรงว่าน่าจะมีโอกาสพังพาบกันทั้งคณะ
ว่ากันว่า หลังจากบริหารบ้านเมืองมาถึงตอนนี้ ผลการทำงานของรัฐมนตรีพรรคสีน้ำเงิน นอกเหนือจาก 3 เสนาบดี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ถือเป็นขุนพลคู่ใจเสี่ยหนูแล้ว คนอื่นยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นเข้าตา อาจมีรายของ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นมือเป็นไม้คอยจัดการปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ภูเก็ตตามบัญชาของนายกฯ ได้
นั่นทำให้ เสี่ยหนูรู้สึกพึงพอใจกับบทบาทและการทำงานของรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมากกว่า ส่วนหนึ่งคือการกลับมาจูบปากกันหนนี้ เหล่าเสนาบดีของพรรคนายใหญ่ไม่ได้สร้างปัญหา ในทางตรงข้ามกลับก้มหน้าก้มตาทำงาน และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่รัฐบาล โดยเฉพาะรายของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สัมผัสได้จากการพูดของอนุทินหลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับรัฐมนตรีพรรคสีแดงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกได้ว่าพรรคสีน้ำเงินของตัวเองที่เคยอบอุ่น เริ่มจะมีอุณภูมิจากรังสีอำมหิตของการช่วงชิง ทั้งเรื่องอำนาจ บารมี และผลประโยชน์ทำให้อยู่ไม่เป็นสุข เหมือนที่กูรูท่านหนึ่งเคยเตือน รัฐบาลจะอยู่หรือไปเป็นเรื่องของ สนิมเกิดแต่เนื้อในตน
อรชุน