เลือกตามสบาย!โมนิก้าและทีมงาน

*บรรยากาศการลงทุนเมื่อวันศุกร์อาจไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเท่ากับวันก่อนหน้าที่ไล่ซื้อกันอร่อยเหาะ แต่เมื่อเหลือบดูรายละเอียดของหุ้นที่กระโจนเข้าใส่ในช่วงดัชนีผันผวน ล้วนเป็นหุ้นสุดแซ่บที่นักเล่นขาประจำเดินหน้าไล่ล่าทุกครั้ง “โมนิก้า” ถึงพยายามให้นักเล่นยึดหลักยืดหยุ่นเพื่อความคล่องตัวของพอร์ตลงทุน เพราะหุ้นสลับกันวิ่งตลอดเวลานะจะบอกให้


*บรรยากาศการลงทุนเมื่อวันศุกร์อาจไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเท่ากับวันก่อนหน้าที่ไล่ซื้อกันอร่อยเหาะ แต่เมื่อเหลือบดูรายละเอียดของหุ้นที่กระโจนเข้าใส่ในช่วงดัชนีผันผวน ล้วนเป็นหุ้นสุดแซ่บที่นักเล่นขาประจำเดินหน้าไล่ล่าทุกครั้ง “โมนิก้า” ถึงพยายามให้นักเล่นยึดหลักยืดหยุ่นเพื่อความคล่องตัวของพอร์ตลงทุน เพราะหุ้นสลับกันวิ่งตลอดเวลานะจะบอกให้

*ด้วยเหตุนี้ถึงอย่าได้แปลกใจที่ดัชนีร่วงจากจุดสูงสุด 1,532.84 จุด ลงมายืนอยู่ที่ระดับ 1,526.32  จุด บวกไปแค่ 0.91 จุด ด้วยมูลค่า 4.38 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนตัวแสบหันมาเทขายหุ้น 670 ล้านบาท ขณะที่ฝรั่งตาน้ำข้าวเก็บหุ้นเข้าพอร์ตไป 370 ล้านบาท และปอบผีฟ้าเก็บเข้าไปอีก 730 ล้านบาท มันคือเนื้อเรื่องที่ยืนยันว่า ดัชนีจะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้นต่อไปอีกระยะหนึ่งเจ้าค่ะ

*แม้สัปดาห์นี้จะมีประเด็นเรื่องขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ตลาดหุ้นก็ซึมซับรับข่าวดังกล่าวไปเยอะพอสมควร จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวลเหมือนเช่นที่ผ่านมา เพราะสิ่งที่ควรคิดต่อจากนี้เป็นเรื่องของการวางแผนลงทุนในปีหน้ายังเน้นหนักไปในเรื่องของการผสมผสาน หุ้นขนาดใหญ่ หุ้นขนาดกลาง และหุ้นขนาดเล็ก มากกว่าทิ้งน้ำหนักไปที่ตัวใดตัวหนึ่งใช่ไหมจ๊ะ

*หากนักเล่นคิดเหมือนกับ “โมนิก้า” ประเมินไว้ตั้งแต่ต้น น่าจะเจียดเวลาหันมาดู AOT เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนอีกครั้ง เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า เสือนอนกิน แถมแนวโน้มในการกำไรก็ดีขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ถึงกล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า ราคาต่ำกว่า 400 บาทต้องซื้อ บวกกับการอ่อนตัวเที่ยวนี้ลงมายืนอยู่ที่ 394 บาท ซึ่งเป็นการยืนปิดเหนือเส้นแนวรับ 200 วัน กับ 10 วันมาบรรจบกันพอดี มันตีความได้ว่า หุ้นมีโอกาสเด้งกลับค่อนข้างสูงนะคะ

*อีกหนึ่งช็อตเด็ดที่ฟื้นตัวอย่างเป็นล่ำเป็นสัน “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปที่ PTT กับ PTTEP หลังราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเดินหน้าทำ new high ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเป็นอันขาด แถมการขึ้นในเที่ยวนี้มีวอลุ่มซัพพอร์ตเข้ามาเป็นระยะ วันนี้ถึงเห็นหุ้นแม่ขึ้นมายืนอยู่ที่ 369 บาท บวกไป 7 บาท ด้วยมูลค่า 2.40 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน ส่วนตัวลูกขึ้นมาปิดที่ 91.75 บาท บวกไป 1 บาท ด้วยมูลค่า 1.78 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี 3 เดือน น้องโมเชื่อว่า ไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ SCI พอโปรเจ็กต์เดินหน้าไปได้เรื่อยๆ ราคาหุ้นก็เริ่มมาเรื่อยๆ เช่นกันแบบนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะลุ้นให้หุ้นกระชากขึ้นทำnew high นับตั้งแต่เข้ามาในตลาด หลังหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 12 บาท บวกไป 1.30  บาท หรือขึ้นไป 12.15%  ด้วยมูลค่า 498 ล้านบาท มันหมายถึงนักเล่นว้อนท์หุ้นตัวนี้ค่อนข้างเยอะ แถมยอดเดิมครั้งก่อนอยู่แค่  12.30 บาท…งานนี้เลยบอกได้ทันทีว่า ส.บ.ม.ย.ห. นะจ๊ะ

*ส่วนหุ้นที่แรงไล่ๆ กันมาอย่าง GUNKUL ถือเป็นกิมมิคของนักเล่นขาลุยโดยเฉพาะ หลังราคาหุ้นบวก 4 วันติดอย่างร้อนแรง ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 5.85 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 6.40%   ด้วยมูลค่า 500 ล้านบาท พร้อมกับแสดงอาการอยากขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น 6.50 บาท มันเป็นเกมที่นักเล่นต้องรู้จักโหนกระแส เพื่อทำให้กระเป๋าตุงขึ้นเจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ WIIK เห็นน้องเขาทำท่า “ติ่มๆ หงิ่มๆ” แต่ขอบอกให้รู้กันโดยทั่วไปว่า ฟาดเรียบ โดยประเด็นดังกล่าวไม่มีอะไรต้องพูดมาก เพราะมองแค่แวลูขั้นต่ำของหุ้นที่อยู่ในระดับ 6 บาท ขณะที่ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 5.30 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 4.95%  ด้วยมูลค่า 260 ล้านบาท มองจากมุมไหน ด้านไหน ก็ค่อนข้างคุ้มค่ากับความเสี่ยง ส่วนรายละเอียดข่าวดีในอนาคต น้องโมถือเป็นของแถมติดปลายนวมพะยะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของ ALT หุ้นสุดเลิฟที่ “โมนิก้า” พูดถึงบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา มันมาจากเหตุผลเรื่องของตัวเลขกำไรในอนาคตที่ค่อนข้างแจ่มแจ้งชัดเจน วันนี้ถึงต้องถามใจผู้เล่นมองธุรกิจเคเบิลใยแก้วทั่วประเทศเป็นดาวรุ่งหรือเปล่า? และมองเรื่องประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุค 4.0 มีใครได้ประโยชน์? หากมีคำตอบอยู่ในใจ น่าจะรู้ว่า หุ้นปิดที่ 8.80 บาท ลบไป 0.10 บาท ด้วยมูลค่า 355 ล้านบาท น่าเก็บหุ้นเข้าพอร์ตขนาดไหน?

*เช่นเดียวกับหุ้นน้องใหม่ไฟแรงอย่าง ITEL ทุกคนรู้ดีว่า ธุรกิจวางระบบเคเบิลใยแก้ว กับดาต้าเซ็นเตอร์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ยิ่งประมูลงานใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ ยิ่งสร้างฐานกำไรให้มั่นคงมากขึ้น “โมนิก้า” ถึงมองการขยับขึ้นมาปิดที่ 10.60 บาท บวกไป 0.20 บาท กำลังเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างออกมา แถมรอบที่แล้วทำ new high ไว้แค่ระดับ 11.60 บาท บอกได้เลยว่า จิ๊บๆ นะคะ

*ส่วนรายที่โอเว่อร์แอ็คติ้งสุดๆ “โมนิก้า” ชี้นิ้วไปยังหุ้น FANCY แบบไม่ลังเลใจ หลังหุ้นกระชากขึ้นพรวดเดียวมาปิดที่ 2.74 บาท บวกไป 0.62 บาท หรือขึ้นไป 29.25%  ด้วยมูลค่า 77 ล้านบาท ทั้งที่ผลการดำเนินงานสุดแสนจะขี้เหร่ มันเป็นเรื่องที่แหวกจารีตประเพณีมากพอสมควร บวกกับในอดีตชอบทำตัวเว่อร์ๆ สุดท้ายก็สะดุดขาตัวเองจนหน้าคะมำยังกล้าเล่นกันอีกเหรอค่ะ

Back to top button