NOK ขายผ้าเอาหน้ารอด

การเพิ่มทุนของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ตามมติผู้ถือหุ้นภายใต้เงื่อนไขออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะขายได้...เกือ


แฉทุกวัน ทันเกมหุ้น

 

การเพิ่มทุนของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ตามมติผู้ถือหุ้นภายใต้เงื่อนไขออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะขายได้…เกือบหมด

ที่ว่าพอสมควร เพราะว่าเป้าหมายของการขายหุ้นเดิมนั้น กำหนดว่าจะขายหุ้นสามัญทั้งหมด 625 ล้านหุ้น และแถมวอร์แรนต์อีก 156.25 ล้านหน่วย แต่ขายได้ไม่หมดได้แค่ 510,999,882 หุ้น เหลือขายเพราะไม่มีใครเอาอีก 114,000,118 หุ้น ทำให้หลังจากหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว บริษัทได้เงินสุทธิจำนวน 1,224,629,838.52 บาท ขาดไปจากเป้าหมายประมาณ 273 ล้านบาท

การขายหุ้นไม่หมด เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่เดิมถือหุ้นอยู่ 39.6% ไม่ยอมจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ที่จะได้รับสิทธิ 245 ล้านหุ้น ด้วยเหตุผลว่า ไม่แฮปปี้ที่ NOK ไม่ยอมส่งแผนธุรกิจอนาคตมาให้ และ THAI ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังให้ล้างผลาญเล่นเหมือนเดิม

ผลลัพธ์ จึงต้องหาทางแก้ปัญหากันต่อ เพราะทุนใหม่ที่ได้มานี้ แม้จะมากพอ จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้น NOK ที่ติดลบในสิ้นไตรมาสแรกของบริษัทหลัก 56.66 ล้านบาท (ไม่คิดรวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม ที่จะติดลบมากถึง 629.59 ล้านบาท) แต่หากประเมินอย่างหยาบๆ ว่า การขาดทุนสุทธิไตรมาสแรกอีก 295.56 ล้านบาท อาจทำให้สิ้นปีนี้ NOK ยังมีโอกาสขาดทุนสุทธิ 1-1.2 พันล้านบาท เป็นอย่างต่ำ (หากไม่นับการขายทรัพย์สินเป็นรายได้-กำไรพิเศษ)….ถ้าขายหุ้นได้เงินมาแค่นี้ ก็อาจจะต้องกระเสือกกระสนเพิ่มทุนใหม่ในปีหน้าอีก

พูดถึงแค่นี้ อาจจะมีคนแย้งว่า มองโลกแง่ร้ายเกิน…ก็ไม่ขอตอบโต้อีก เอาตัวเลขสิ้นปี 2560 มาว่ากัน เพราะหากทวนตัวเลขขาดทุนสุทธิงวดสิ้นปี 2559 ที่ติดลบมากถึง 2,795 ล้านบาท จากรายได้ 16,938 ล้านบาท …ภายใต้สถานการณ์ที่ปีนี้มี 1) การแข่งขันสูงขึ้นจาก ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยแอร์เอเชีย 2) ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักแพงขึ้น…ก็ช่วยไม่ได้ที่จะมองในทางลบไว้ก่อน

ที่สำคัญ การเพิ่มทุนรอบนี้ ผู้ถือหุ้นคนสำคัญที่มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารด้วย อย่าง นายพาที สารสิน ก็ไม่ยอมใช้สิทธิเต็มที่ เพราะจากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 12,563,000 หุ้น หรือ 2.02% แต่นายพาทีจองซื้อหุ้นตามสิทธิ์แค่ 1,899,000 ล้านหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นในสัดส่วนของซีอีโอ-กรรมการผู้จัดการใหญ่ มีอยู่แค่ 14,162,000 หุ้น หรือ 1.27% เท่านั้นเอง หลุดจากอันดับ 5 เป็นอันดับ 6

อ้าว ไหนคุณเพ่ เคยประกาศก้องว่า จะไม่มีวันทิ้ง NOK เป็นอันขาด??!!

พอเห็นท่าไม่ดี ..เลียนแบบ THAI เฉย เพียงแต่ไม่น่าเกลียดเท่า ด้วยการซื้อหุ้นเพิ่มทุน…เสียไม่ได้ พอเป็นพิธี

เรียกว่า ไม่ให้ใครกล่าวหาว่า ใช้กลยุทธ์ “เห็บสยาม…ยามหมามีอาการโคม่า” เท่านั้น

หากดูจากรายชื่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ (ดูตารางประกอบ) ที่เป็นทางการล่าสุดหลังเพิ่มทุนของ NOK จะพบว่า หากไม่นับ THAI ที่ไม่ยอมใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้น แล้วยังมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ทำแบบเดียวกันเงียบๆ  …ถือโอกาสชิ่งหลบฉากไร้รอยตะเข็บ

ส่วนที่เซอร์ไพรส์มากกว่าใครคือ สองพี่น้องตระกูลจุฬางกูร ที่รวยไม่มีเข็ด ขอทำตัวเป็น หมูไม่กลัวน้ำร้อน จองซื้อหุ้นเกินสิทธิ์เดิม แล้วพร้อมจ่าย กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมเต็มตัว รวมกันได้ 28.93% แซงเป็นอันดับหนึ่งเหนือ THAI ที่ลดการถือครองหุ้นเหลือ 21.57%

คนต่อไปคือ นายชาย ศรีวิกรม์  ที่ทุ่มจองซื้อเกินสิทธิ์เดิมมากมาย จนถือครองหุ้นล่าสุดแซงหน้า SCB ขึ้นเป็นอันดับ 4 ด้วยจำนวนหุ้น 32,308,200 หุ้น หรือ 2.84% ถือเป็นม้ามืดคนใหม่

อีกคนที่โผล่พรวดน่าแปลกใจเช่นกัน คือ นางสาวทัศนา วิชาเจริญ มีหุ้น 8,420,000 หุ้น หรือ 0.74% กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 9

ส่วนรายการที่แปลก แต่ยังไขรหัสไม่ออกคือ ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังการซื้อหุ้นผ่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 8 ใหม่ที่เป็นบริษัทนอมินี คือ BARCLAYS CAPITAL SECURITIES LIMITED ที่มีหุ้นจำนวน 11,412,000 หุ้น หรือ 1.00%

ปฏิบัติการเพิ่มทุนแบบขายผ้าเอาหน้ารอดของ NOK รอบแรกในเงื่อนไข RO จบลงไปแล้ว แต่เรื่องจะยังไม่จบเพราะคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่อยากมีส่วน “แย่งซีน” ตามประสานักการตลาดขายฝันอย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุว่า NOK ก็ยังอยู่ระหว่างการหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่เหลืออยู่ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้สนใจทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ…ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่

โถ..ท่านรองนายกฯ จะขายฝันทั้งที ให้มันติดดินหน่อยก็ไม่ได้…เพิ่มทุนรอบนี้ เขามีเงื่อนไข RO …ไม่ใช่ PP

หาก NOK จะเพิ่มทุนขาย PP ระลอกใหม่ คณะกรรมการบริษัทของ NOK เขาต้องมีมติออกมาใหม่ยกเลิกการขายหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือ แล้วก็เอาเข้าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติลดทุนเดิม เพิ่มทุนใหม่เสียก่อน…ไม่ใช่เอาหุ้นที่ขายไม่ออกนี้ไป ขายซี้ซั้ว โดยไม่ถามผู้ถือหุ้น…บริษัทมหาชน นะขอรับ…ไม่ใช่สินค้าแบกะดิน

           “อิ อิ อิ”

 

Back to top button