
“ไชยชนก” เคาะ 4 มาตรการคุมเข้มแพลตฟอร์ม สกัดไลฟ์สดอนาจาร-คอนเทนต์ผิดกฎหมาย
“ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เดินหน้า 4 มาตรการเชิงรุก สกัดไลฟ์สดอนาจารและคอนเทนต์ผิดกฎหมายบนโซเชียลมีเดีย หลังพบประชาชนเข้าถึงเนื้อหากว่า 1 ล้านคน พร้อมจี้แพลตฟอร์มเร่งปิดกั้นทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 พ.ค. 2569) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณีการไลฟ์สดอนาจารและการเผยแพร่คอนเทนต์ผิดกฎหมาย
โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี, ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA, พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายไชยชนก เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นการเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีประชาชนเข้าถึงเนื้อหามากกว่า 1 ล้านคน ภายในระยะเวลากว่า 8 ชั่วโมง และพบว่ามีลักษณะเกิดขึ้นหลายครั้ง จึงจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับ ETDA กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ META เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการใน 4 มาตรการสำคัญ
มาตรการแรก กระทรวงดีอีและ ETDA ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พร้อมส่งต่อให้ บช.สอท. และ บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
มาตรการที่สอง กระทรวงดีอีจะเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อการเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมายมากขึ้น โดยเบื้องต้นจะกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายในทันที หรือเร็วที่สุด จากเดิมที่กำหนดให้ดำเนินการภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับข้อร้องเรียน เนื่องจากการเผยแพร่เนื้อหาบนโซเชียลมีเดียในปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งทำให้การติดตามและระงับการเผยแพร่ต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน หากตรวจพบการโพสต์เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แต่แพลตฟอร์มเพิกเฉย หรือไม่เร่งดำเนินการแก้ไข อาจพิจารณาให้แพลตฟอร์มเข้าข่ายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยกระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในร่างพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า เพื่อขยายขอบเขตความรับผิดชอบให้ครอบคลุมการกระทำผิดกฎหมายออนไลน์ในภาพรวม ไม่จำกัดเฉพาะกรณีการหลอกลวงหรือสแกมเท่านั้น
มาตรการที่สาม ในกรณีของ META เบื้องต้น ETDA ได้ประสานให้ META ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งหลักฐานการดำเนินการมาให้ตรวจสอบแล้ว พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีเตรียมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ META เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนในการป้องกันและจัดการกับเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม
มาตรการที่สี่ กระทรวงดีอีได้กล่าวถึงประเด็นการกดไลก์หรือแสดงความคิดเห็นของประชาชนในช่วงที่มีการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายว่า ในครั้งนี้ยังถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากไม่ได้เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดการเผยแพร่โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในอนาคต กระทรวงดีอีจะพิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจมีส่วนทำให้เนื้อหาถูกเผยแพร่มากขึ้นหรือไม่ เนื่องจากการกดไลก์หรือแสดงความคิดเห็นอาจส่งผลต่อระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม และผลักดันให้เนื้อหาดังกล่าวได้รับความนิยม หรือเข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างมากขึ้น
นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอีขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการกดไลก์ แสดงความคิดเห็น หรือมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากอาจเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ในทางอ้อม แม้ในปัจจุบันยังไม่ถือเป็นความผิดในกรณีดังกล่าวก็ตาม
“กระทรวงดีอีจะติดตามการดำเนินการในแต่ละส่วนอย่างจริงจัง ทั้งการเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง รวมถึงการป้องกันและปราบปรามเฟกนิวส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายไชยชนก กล่าว

