ตลท. ชี้โรดโชว์ลอนดอนฟีดแบคดี นักลงทุนยุโรปสนใจหุ้นไทยเพิ่ม

ตลท. เผยโรดโชว์ลอนดอนได้รับกระแสตอบรับดี นักลงทุนยุโรปสนใจตลาดทุนไทยมากขึ้น จับตาทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว-เสถียรภาพรัฐบาล พร้อมลุ้นเม็ดเงิน BOI เกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนเป็นการลงทุนจริง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 พ.ค.69) นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงการร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) และ CITIC Securities จัดงาน “CLSA ASEAN Access Day in London” ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 โดยนำ 5 บริษัทจดทะเบียนไทยชั้นนำเข้าพบกองทุนสถาบันระดับโลก เพื่อนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและศักยภาพตลาดทุนไทย ว่า ได้รับผลตอบรับที่ดี โดย CLSA ระบุว่า นักลงทุนให้ความสนใจกับงานในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ มีนักลงทุนเข้าร่วมพบปะอย่างน้อย 20 กองทุน ส่วนใหญ่เป็นกองทุนระยะยาวจากยุโรป ทั้งกองทุนรวมและกองทุนเพนชัน ซึ่งมีระยะเวลาถือครองหุ้นเฉลี่ย 5-8 ปี และไม่ได้พิจารณาเพียงราคาหุ้นระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่มีนักลงทุนใหม่ 2-3 ราย เข้ามาศึกษาตลาดทุนไทยเป็นครั้งแรก

นายอัสสเดช กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมงานมีโอกาสพบปะและสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนได้อย่างกว้างขวาง โดยมองว่านักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนยุโรป ให้ความสนใจตลาดทุนไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่นักลงทุนสอบถามจำนวนมาก คือ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะยาวว่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่าระดับปัจจุบันหรือไม่

ทั้งนี้ ได้ชี้แจงต่อนักลงทุนว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยมีความคึกคักมากขึ้น ปัจจัยหนึ่งมาจากผลการเลือกตั้งที่สร้างโอกาสให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีศักยภาพในการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งยังต้องติดตามต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนเกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจากนี้ต้องติดตามว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และต้องการผลักดันให้เม็ดเงินดังกล่าวเกิดการลงทุนจริงในประเทศ

สำหรับอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล เฮลท์แคร์ อาหาร ท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center พลังงาน และน้ำ หลังเริ่มมีการลงทุนด้านดิจิทัลเข้ามามากขึ้น แม้นักลงทุนยอมรับว่าไทยยังไม่มีบริษัท AI ขนาดใหญ่โดยตรง แต่ยังมองเห็นโอกาสจากบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และดาต้าเซ็นเตอร์

ขณะที่ประเด็นด้านธรรมาภิบาลยังเป็นอีกเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญ ภายหลังเกิดปัญหาในบางบริษัทจดทะเบียนช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังมองว่าตลาดทุนไทยมีมาตรฐานด้าน Governance อยู่ในระดับสูงของอาเซียน และมีบริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่งได้รับการยอมรับในระดับสากล

สำหรับโครงการ Jump+ มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน และเชื่อว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนพอสมควร โดยหวังว่านักลงทุนจะเข้ามาติดตามผลตอบแทนและผลประกอบการของโครงการดังกล่าวในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการผลักดันการโรดโชว์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการให้หน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมโรดโชว์ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์และนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม หรือเป็นการ “ขายประเทศไทย” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในสายตานักลงทุนทั่วโลก

บริษัทจดทะเบียนไทย 5 แห่งที่ร่วมโรดโชว์ ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำหนดเข้าร่วมโรดโชว์กับ บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ฮ่องกง

นอกจากนี้ งาน Thailand Focus ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เริ่มได้รับการตอบรับจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามของตลาดทุนไทยในการดึงเม็ดเงินลงทุนระยะยาวกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ตลท. ยกทัพ 5 บจ. โรดโชว์ลอนดอน พบกองทุนโลกกว่า 20 แห่ง ตอกย้ำเสน่ห์หุ้นไทย

Back to top button