MODERN กำไรดีปันผลไม่ต่ำกว่า60%

แนวทางการสร้างผลตอบแทน คือ การทำกำไรให้สม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถจ่ายดิวิเดนด์ ยีลด์ได้สูง และบริหารสภาพคล่องให้ดี โดยยืนยันที่จะจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง


บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ครบวงจร โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศผ่านทีมขายตรงเครือข่ายโชว์รูมทั่วประเทศ และผ่านตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนส่งออกต่างประเทศ ซึ่งมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ

 

“ทักษะ บุษยโภคะ” ประธานกรรมการบริหาร MODERN กล่าวว่า ตั้งเต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ตามนโยบายจะมีการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 60% ของกำไรสทุธิ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการจ่ายปันผล 70-80% มาตลอด โดยเฉพาะปี 2557 จะมีการจ่ายมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขายหุ้นบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC คิดเป็นอัตราผลตอบแทนของเงินปันผล (ดิวิเดนด์ ยีลด์) มากกว่า 10%

สำหรับปี 2557 มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2 ครั้ง คือ เมื่อเดือนสิงหาคม2557 จำนวน 0.45 บาทต่อหุ้น และเมื่อเดือนตุลาคม 2557 จำนวน 0.25 บาทต่อหุ้น จึงมีการจ่ายปันผลไปแล้วรวม 0.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งจากผลการดำเนินงานประจำปี 2557 จะคงเหลือการจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังอีก 0.30 บาทต่อหุ้น ก็จะส่งผลให้ปี 2557 สามารถจ่ายปันผลได้รวม 1 บาทต่อหุ้น

 

kb20150425

ภาพประกอบ: www.ksmecare.com

 

แนวทางการสร้างผลตอบแทน คือ การทำกำไรให้สม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถจ่ายดิวิเดนด์ ยีลด์ได้สูง และบริหารสภาพคล่องให้ดี โดยยืนยันที่จะจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้งได้ไม่มีปัญหา และมั่นใจว่าปี 2558ยังจะสามารถจ่ายปันผลในอัตราที่สูงได้เหมือนกับปีก่อน

 

“แผนการดำเนินงาน ด้านเฟอร์นิเจอร์บ้านจะเป็นไปตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนเฟอร์ออฟฟิศ เป็นไปตามสภาพการลงทุน และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งสำหรับบริษัทมองว่าอสังหาริมทรัพย์ยังจะมีการเติบโตได้เรื่อยๆ แต่ไม่หวือหวาเหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน เนื่องจากรัฐบาลมีการสร้างทางรถไฟฟ้า ก็จะเกิดการพัฒนาพื้นที่ขึ้นมาตามเส้นทางรถไฟฟ้า ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ เมื่อมีการตกแต่งออฟฟิศก็จะใช้เฟอร์นิเจอร์โมเดอร์นฟอร์ม“

โดยลูกค้ารายใหญ่ ทำให้บริษัทค่อนข้างมีออเดอร์สม่ำเสมอ จนมีมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) ไม่ต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งขณะนี้มีมากกว่า 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จะมีการรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 70% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้เมื่อโปรเจ็กต์งานแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ในด้านของสัดส่วนงาน เป็นงานโครงการถึง 80% ส่วนที่เหลือ 20% มาจากการค้าปลีก (รีเทล)

 

ดังนั้น ปี 2558บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% จากปีก่อนประมาณ 4,300 ล้านบาท โดยมาจากการขยายธุรกิจในประเทศที่จะเน้นขยายตลาดให้กว้างขึ้น หาลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงหาสินค้าใหม่มาเสริมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาวะตลาดอุตสาหกรรมจะมีการเติบโตประมาณ10-15% ต่อปี ส่วนกำไรน่าจะมีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับรายได้ โดยอย่างน้อยเติบโต 10-15% จากปีก่อนได้ ซึ่งจะมาจากการรักษาอัตราการทำกำไร เมื่อดูราคาวัตถุดิบคงที่ ขณะที่ราคาน้ำมันก็ปรับตัวลง

 

ด้านงบลงทุนของบริษัทในปี 2558 เป็นการลงทุนปกติประมาณ 100 ล้านบาท ไม่รวมการตั้งโรงงานในต่างประเทศ แต่จะใช้ในการปรับปรุงระบบการผลิตให้ทันสมัย และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งบริษัทไม่มีการขยายโรงงานในประเทศไทย เพราะในประเทศไทยมีต้นทุนสูง จึงใช้วิธีเอาต์ซอรส (Outsource) แทน โดยบริษัทจะออกแบบ เลือกแบบและหาผู้ผลิต จึงไม่ต้องลงทุนในส่วนผลิต แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการลงทุนเพิ่มบ้างในเรื่องของโลจิสติกส์ การขนถ่ายสินค้า และการสร้างคลังสินค้า

“ขณะนี้กำลังคิดธุรกิจใหม่ๆ โดยนำเฟอร์นิเจอร์ไปบวกกับธุรกิจอื่นๆ มาทำธุรกิจด้านออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ช) และโซเชียลต่างๆ น่าจะมีออกมาในช่วงปลายปี 2558 อย่างไรก็ตาม ในด้านการตลาดเราจะใช้สื่อดิจิตอลมีเดียเพิ่มเติม จึงได้ร่วมมือกับ เวิร์คพอยท์ ทำรายการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้เร็วๆ นี้ โดยเป็นสปอนเซอร์รายการ จึงจัดว่ามีกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างภาพพจน์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR)”

 

แหล่งเงินลงทุนจะมาจากการทำกำไรของบริษัท จึงจัดเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ส่วนการจะไปลงทุนต่างประเทศ จะมีแหล่งเงินทุนให้กู้ได้ และจากธุรกิจของบริษัทที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมากมาย ดังนั้น บริษัทจึงมีสภาพคล่องทางการเงินสูง จึงส่งผลให้มีการจ่ายปันผลได้สูง

 

modern20150425

 

ด้านตลาดต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ล่าสุดบริษัทได้เดินทางไปประเทศเมียนมาร์ (พม่า) โดยจะร่วมกับดีลเลอร์ท้องถิ่นในพม่าจัดตั้งโรงงาน ซึ่งบริษัทจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับบริษัท อิโตกิ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้จะมีการเซ็นสัญญาในช่วง 1-2 เดือนนี้ แล้วนำบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นไปทำตลาดญี่ปุ่นในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมถึงการไปร่วมกับดีลเลอร์ท้องถิ่นพม่าจัดตั้งโรงงานในพม่า

“การไปจัดตั้งโรงงานในพม่า คาดว่าเงินลงทุนทั้งโครงการจะอยู่ที่ 150-200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะลงทุนเท่าไรยังต้องรอสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจน ขณะนี้จึงเร่งเรื่องการขอใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุน แต่คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จในปี 2558 จึงน่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2559 เพราะปลายปีพม่าจะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง ทำให้ชะงักอยู่หลายเดือนได้ ทั้งในช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง”

โดยในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า โมเดอร์นฟอร์มจะไม่ใช่แค่บริษัทเฟอร์นิเจอร์อีกต่อไป แต่จะเป็นบริษัทที่ทำอะไรก็ได้ หลายๆ อย่าง โดยใช้แบรนด์ไปทำธุรกิจอื่นๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 95% และต่างประเทศ 5% แต่ในปี 2559เมื่อไปเปิดที่พม่าแล้วตัวเลขก็น่าจะสูงกว่านี้ได้ ซึ่งสัดส่วนจะอยู่ที่ระดับเท่าไรก็อยู่ที่ว่าจะเปิดได้เร็วแค่ไหน

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เป็นกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ คือการบริหารบุคลากร และการนำเทรนด์ได้ เพราะโมเดอร์นฟอร์มเติบโตด้วยการนำเทรนด์ รวมถึงต้องสามารถฝึกฝนผู้บริหารให้มีความสามารถมากขึ้น จากการที่ถูกมองว่าเป็นผู้นำมาตลาด ใช้หลักone step aheadโดยต้องก้าวนำหน้าคนอื่นเสมอ

 

เพราะช่วงนี้การแข่งขันสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยิ่งเมื่อคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในตลาดไทย วิธีการที่เข้ามาจะเป็นการปรับราคาลง หรือตัดราคา จนมีสงครามราคา ก็จะส่งผลต่อมาร์จิ้นบ้าง จึงต้องมีหลักการในการบริหารจัดการที่สู้ได้ และบริหารต้นทุนได้ดี ระดับอัตราการทำกำไร (เน็ตมาร์จิ้น) ของบริษัทยังคงเป็นเลขสองหลักคือ 10% ขึ้นไป แต่ปีก่อนมีรายการพิเศษทำให้เน็ตมาร์จิ้นอยู่ที่ 20% จากปกติอยู่ที่ 12-13%

Back to top button