
BCPG มึนงง & สงสัย.!
แหม๊...ว่าจะหลับตาสักข้างไม่แตะกรณีบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG กับ Capital Asia Investments (CAI) แล้วนะ แต่อดไม่ได้จริง ๆ พับผ่าสิ..
แหม๊…ว่าจะหลับตาสักข้างไม่แตะกรณีบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG กับ Capital Asia Investments (CAI) แล้วนะ แต่อดไม่ได้จริง ๆ พับผ่าสิ..เพราะมันงงแล้วงงอีก และงงต่อไป กับการถือหุ้น BCPG ของ CAI ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกคนรับรู้กันว่า CAI เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 168,437,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.62% (ปิดสมุด ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568)
แต่พอปิดสมุดข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 5 มี.ค. 2569 ประเภท XM กลับพบว่า CAI เหลือถือหุ้นแค่ 21,237,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.71%
ทุกคนเดาได้แหละว่า CAI น่าจะขายหุ้น BCPG ออกมา หลังจากช่วงบ่ายวันที่ 9 มี.ค. 2569 มีรายงานข่าวจากสื่อต่าง ประเทศว่า ตำรวจสิงคโปร์และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เข้าตรวจค้นบริษัทจัดการกองทุน Capital Asia Investments (CAI) และจับกุมกรรมการ 2 คน หลังสงสัยเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยทางการยึดทรัพย์จากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และพบข้อบกพร่องร้ายแรงในระบบ AML/internal control ของบริษัท
ทั้งนี้ หากพบความผิดผู้เกี่ยวข้องอาจถูกจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยสิงคโปร์กำลังร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อติดตามเส้นทางเงิน
โดยในวันดังกล่าว หุ้น BCPG รูดเกือบติดฟลอร์ ราคาทรุดไป 25.35% ปิดตลาดที่ 5.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 504.61 ล้านบาท
ปรากฏว่าวันถัดมา (10 มี.ค. 2569) จากแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต.พบว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 CAI ได้ทำธุรกรรมขายหุ้น BCPG ออกมาจำนวน 26,700,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.8912% ส่งผลให้เหลือถือหุ้น 137,649,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.5947% จากเดิมถือหุ้นอยู่ 164,349,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.4860% โดยทำธุรกรรมผ่าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส
แต่ผ่านมาชั่วข้ามคืน วันที่ 11 มี.ค. 2569 มีการแก้ไขแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ แบบ 246-2 ใหม่ จากที่เคยระบุถือหุ้นอยู่เดิม 164,349,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.4860% แก้ไขใหม่เป็นถือ 194,649,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 6.4974%
ส่วนธุรกรรมการขายหุ้นในวันที่ 9 มี.ค. 2569 จากเดิมที่ระบุขายจำนวน 26,700,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.8912% แก้ไขใหม่เป็นขาย 57,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.9026% ส่งผลให้เหลือถือหุ้น 137,649,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.5947% ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
เอ๊ะแรก…ตกลงหุ้นที่ CAI ถือก่อนจะขายออกไปเท่าไหร่กันแน่…เดิมถือหุ้น 5.4860% หรือถือ 6.4974%..??
ส่วนเอ๊ะต่อมา…พอย้อนไปดูข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 5 มี.ค. 2569 ประเภท XM ที่ปรากฏในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะพบว่า CAI เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 7 จำนวน 21,237,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.71% แต่พอรายงานแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. หลังจากการขายหุ้นในวันที่ 9 มี.ค. 2569 ไปแล้ว กลับเหลือถือหุ้น 137,649,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.5947%
ทำไมข้อมูลของสองหน่วยงานมันย้อนแย้งกันล่ะ..??
จะว่าภายหลังวันที่ 5 มี.ค. จนมาถึงวันที่ 9 มี.ค. 2569 ในช่วง 3 วันทำการ…CAI แอบซื้อหุ้น BCPG เพิ่ม ก็ไม่น่าจะใช่..?? เพราะถ้าซื้อจริง ก็ต้องรายงานแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. สิ…แต่นี่ไม่มีเลย
แล้วตกลงยังไงกันเนี่ย..?? จะบอกว่าข้อมูลที่รายงาน ก.ล.ต. ถูกต้อง แล้วข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ เกิดข้อผิดพลาด หรือข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ถูกต้อง แต่ข้อมูลที่รายงาน ก.ล.ต. มีข้อผิดพลาดเหรอ..?? ใครรู้ช่วยบอกที อิฉันงงไปหมดแล้ว
เอ๊ะ…หรือที่เห็นในรายงานแบบ 246-2 ยังเหลือถือหุ้น 137,649,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.5947% บางส่วนไปหลบซ่อนอยู่ที่บริษัท ศูนย์ฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผู้ฝากป๊ะเนี่ย..?? ซึ่งล่าสุดมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของ BCPG จำนวน 126,578,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.23% จากเดิม ณ ปิดสมุดวันที่ 11 ก.ย. 2568 ไม่ได้ถือสักหุ้น…อันนี้ก็ไม่รู้สินะ
แต่ที่รู้นักลงทุนคงทั้งมึนงง และสงสัยกับการถือหุ้น BCPG ของ CAI เป็นแน่…เชื่อหัวไอ้เรืองสิ
ว่าแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไม่ช่วยสืบหาความจริงให้กระจ่างหน่อยเหรอ..??
ปล่อยให้นักลงทุนคลางแคลงใจไปนาน ๆ ไม่ดีนะเจ้าคะ…เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเป็นแค่เสือกระดาษไม่รู้ด้วย..!!
…อิ อิ อิ…