6 หุ้นตัวแรง

ในระหว่างที่อีฉันกำลังนั่งเม้าท์ถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ก็เหลือบไปเห็นยอดขายฝรั่งในช่วง 6 วันที่ผ่านมาปาเข้าไป 2.89 หมื่นล้าน


ในระหว่างที่อีฉันกำลังนั่งเม้าท์ถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ก็เหลือบไปเห็นยอดขายฝรั่งในช่วง 6 วันที่ผ่านมาปาเข้าไป 2.89 หมื่นล้าน ขณะที่ดัชนีแกว่งตัวไปมาในกรอบ 1,330-1,430 จุด จนวานนี้ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,429.80 จุด บวกไป 22.46 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.44 หมื่นล้านบาท มันเป็นภาพที่ชี้ให้เห็นว่า รายย่อย-กองทุน เอาอยู่! จึงซื้อสวนทุกเม็ดไงล่ะคะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้มีการแตกความคิดเป็นหลายส่วนด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางบวกกันทั้งนั้น และอย่างน้อยกองทุนก็เข้ามาช่วยพยุงหุ้นในบางวัน และซื้อหนักแบบจัดเต็มเมื่อมีโอกาส ผนวกกับหุ้นบางตัวได้รับผลดีระยะสั้นจากสงคราม จึงทำให้นักลงทุนเข้ามาเล่นเก็งกำไรอย่างเมามัน พร้อมกับมีการเปรยความในใจว่า อาจไม่ได้เห็นราคาหุ้นที่ต่ำเช่นนี้อีกแล้ว เลยเป็นแรงกระตุ้นให้เข้ามาไล่หุ้นกันอีกยกนะจะบอกให้

เหมือนกับแรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้น TRUE จนดันหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 13.50 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.18 พันล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องทุกประการ เพราะมองในมุมของสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ทุกวัน จนกลายเป็นปัจจัยที่ห้า อีฉันย่อมเชื่อว่า ราคาหุ้นน่าจะขยับขึ้นได้อีกเรื่อย ๆ เพราะยอดเดิมที่ราคาหุ้นเคยยืนก่อนจะเกิดสงครามอยู่ที่ระดับ 15 บาทนะตัวเอง

ส่วนรายของ HANA ซึ่งกลายเป็นหุ้นที่พุ่งแรงต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นหลัก ๆ น่าจะเกิดจากก๊วนขาใหญ่รวมตัวกันตะลุมบอน ราคาหุ้นถึงพุ่งขึ้นจากระดับ 19 บาทมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ปิดไปที่ระดับ 24.90 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 3.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.35 พันล้านบาท ล้วนมาจากความเชื่อที่ว่า นี่คือเดลต้า 2 พร้อมกับมีการจุดประเด็นอานิสงส์หุ้นเทคฯ ขึ้นมาแบบนี้..ใส่กับยับซิค่ะ

เรื่องราวข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงหุ้น CRC เป็นรายถัดมา เพราะมีเสียงร่ำลือจากพวกขาใหญ่ออกมาในลักษณะคล้ายกันว่า เหตุผลที่เข้ามาเล่นหุ้นตัวนี้อีกครั้ง เพราะราคาหุ้นถูกเหลือเกิน เพราะโดยปกติหุ้นจะเทรดบน PE 22 เท่า แต่วันนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 18.90 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 476 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 15 เท่าแบบนี้..น่าเล่นไหมจ๊ะ

คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้นค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่อย่าง CPAXT ถูกดันขึ้นมาเล่นแบบเต็มตัวอีกครั้ง ล้วนเป็นผลมาจากราคาหุ้นต่ำเกินไปเหมือนกัน วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ 15.60 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 6.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 905 ล้านบาท พร้อมกับคาดหวังว่า หุ้นจะกลับขึ้นไปหายอดเก่าที่บริเวณ 18 บาทแบบนี้ อีฉันมองเป็นเกมเร็วที่เหมาะสำหรับคนใจถึงนะจะบอกให้

ในเมื่อต้องการเล่นเกมเร็ว และราคาหุ้นยังขึ้นไม่มาก KTC เลยกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นักลงทุนเข้ามาเล่นเก็งกำไรอีกรอบ และทำให้ราคาหุ้นที่เคยนิ่ง ๆ เริ่มขยับตัวให้เห็นอีกครั้ง “โมนิก้า” เลยอยากให้นักเล่นลองคิดกันดูว่า การยืนปิดที่ระดับ 29.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.03 พันล้านบาท ท่ามกลาง PE 9.50 เท่า มันถูกเหมือนที่อีฉันเม้าท์ให้ฟังจริงไหมจ๊ะ

สถานการณ์ข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะพูดถึงหุ้น SMO เป็นรายถัดมา เพราะเห็นกันทนโท่ว่า โรงงานปาล์มที่อำเภอพนม จ.สุราษฎร์ธานี เดินเครื่องเต็มตัวในไตรมาส 2 ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผนวกกับตอนนี้รัฐบาลผลักดันเรื่องพลังงานทางเลือกเต็มตัว เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันแพงแบบนี้ คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า การยืนปิดที่ระดับ 4.58 บาท บวกไป 0.44 บาท หรือขึ้นไป 10.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 172 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 5.60% น่าเล่นต่อไหมล่ะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button