SNC หยุดโต?

ถ้าให้อาจารย์ประเมินสถานการณ์ของหุ้น SNC หรือ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) จากข่าวสารที่ปรากฏให้เห็นผ่านทางตลาดหุ้นนับตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 58 ต้องยอมรับว่า หุ้นตัวนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมทางการตลาดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของบริษัท ตรงนี้สามารถเห็นได้จากสื่อในรูปแบบต่างๆ เป็นประจำ


ตีแผ่บจ.ดัง

คุณประสาน จาก อ.เมือง จ.อยุธยา ถามถึงสถานการณ์ของหุ้น SNC หรือ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ทำไมถึงดูหงอยๆ เนือยๆ ไม่หวือหวาเหมือนก่อนหน้านี้ อีกทั้งข่าวสารใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเสริมสร้างความมั่นใจก็ผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนไม่เต็มใจจะออกข่าวให้นักลงทุนรายย่อยได้รับรู้ จึงอยากให้อาจารย์ช่วยประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะหุ้นตัวนี้หยุดนิ่งนานเกินไปแล้วครับ

 

ถ้าให้อาจารย์ประเมินสถานการณ์ของหุ้น SNC หรือ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) จากข่าวสารที่ปรากฏให้เห็นผ่านทางตลาดหุ้นนับตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 58 ต้องยอมรับว่า หุ้นตัวนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมทางการตลาดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของบริษัท ตรงนี้สามารถเห็นได้จากสื่อในรูปแบบต่างๆ เป็นประจำ

นั่นหมายความว่า กลุ่มผู้บริหารให้ความสำคัญในเรื่องธุรกิจมากกว่าเรื่องหุ้น ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีสำหรับผู้บริหารที่เอาจริงเอาจัง แต่โลกของการลงทุนในยุคใหม่จำเป็นต้องบริหาร “ธุรกิจ” กับ “หุ้น” ควบคู่กันไป เพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจความสามารถของบริษัทก้าวล้ำไปอีกขั้น

ถึงกระนั้นอาจารย์ก็ยอมรับว่า SNC เป็นธุรกิจที่มีจุดขายในตัวของมันเอง ถึงทำให้บริษัทยืนระยะในการทำธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง จนมีการขยับขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งเป็นจุดขายที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นตัวนี้อย่างคึกคักในช่วง 4 ปีก่อนหน้านี้

น่าเสียดายที่ผลการดำเนินงานหลังจากนั้นกลับทรงตัวอยู่ที่เดิม ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นทิ้งกันจ้าละหวั่น เพราะเกิดความวิตกกังวลว่า ตัวเลขกำไรจะทรุดตัวลงหนักกว่าที่เป็นอยู่ และดูเหมือนว่า ความคิดของนักลงทุนจะถูกต้อง เพราะตั้งแต่ปี 57 กำไรของ SNC ก็ทรงตัวเรื่อยมาตลอดนะครับ

ตรงนี้เป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานเต็มๆ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากราคาหุ้นที่เคยขึ้นไปยืนแถว 30 บาทเมื่อปี 56 ต่อจากนั้นราคาหุ้นก็อ่อนตัวลงมาพร้อมกับวนเวียนไปมาที่ระดับ 14-18 บาท โดยมูลค่าการซื้อขายต่อวันมีไม่ถึง 10 ล้านบาท มันเป็นภาพที่ฟ้องว่า นักลงทุนเบนหน้าหนีกันมานานพอสมควรแล้ว และไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ

ทางแก้เดียวที่ทำได้ ณ ตอนนี้คือ SNC ต้องเร่งทำผลงานให้ดีขึ้น เพื่อทำให้นักลงทุนย้อนกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้งก็เท่านั้นเอง

กราฟประกอบคอลัมน์ : Aspen, ราคาปิด ณ วันที่ 29 ก.ย.60

Back to top button