พาราสาวะถี

หากออกมาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ก็จะเป็นบทพิสูจน์กระบวนการพิจารณาของป.ป.ช.ว่าจะออกมาในรูปแบบใด สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสังคมได้หรือไม่ เพราะคุณแหล่งข่าวอ้างว่าการชี้แจงของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จะส่งไปยังองค์กรตรวจสอบการทุจริตต่อประเด็นแหวนเพชรและนาฬิกาหรูนั้น จะใช้เหตุผลว่าของทั้งสองสิ่งเป็นของแม่และเพื่อน


อรชุน

หากออกมาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ก็จะเป็นบทพิสูจน์กระบวนการพิจารณาของป.ป.ช.ว่าจะออกมาในรูปแบบใด สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสังคมได้หรือไม่ เพราะคุณแหล่งข่าวอ้างว่าการชี้แจงของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จะส่งไปยังองค์กรตรวจสอบการทุจริตต่อประเด็นแหวนเพชรและนาฬิกาหรูนั้น จะใช้เหตุผลว่าของทั้งสองสิ่งเป็นของแม่และเพื่อน

แหล่งข่าวคนดังกล่าวระบุว่า แหวนเป็นของแม่บิ๊กป้อม ส่วนนาฬิกาหรูเป็นของเพื่อนนักธุรกิจ แน่นอนว่าพอออกมาในแนวนี้คนก็ย่อมอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ คนระดับนี้แล้วยังต้องไปยืมนาฬิกาของเพื่อนมาใส่หรือว่าเพื่อนที่ทำธุรกิจให้มาโดยเสน่ห์หา ส่วนแหวนเพชรวงนั้นหากเป็นของแม่จริงคงไม่มีใครจะหาเหตุโต้แย้ง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นิ้วของแม่กับของพลเอกประวิตรจะสวมแหวนได้พอดีกันเชียวหรือ

อย่างไรก็ตาม สื่อบางสำนักได้ยกหูถามพลเอกประวิตรแล้ว เจ้าตัวก็ยืนยัน ไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าวออกมาจากไหน เพราะในขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากป.ป.ช. และยังไม่ได้เขียนคำชี้แจงแต่อย่างใด โดยหากได้รับหนังสือแล้วจะเร่งดำเนินการเขียนคำชี้แจง และเมื่อยื่นหนังสือไปแล้วก็จะเป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ตามกระบวนการ

เวลานี้ต้องยอมรับว่าทั้งฝ่ายตรวจสอบและฝ่ายถูกตรวจสอบ จะต้องยึดและยืนบนหลักการกันให้หนักแน่น นั่นเป็นเพราะประธานป.ป.ช. พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ถูกตั้งข้อกังขากันมานับตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง ด้วยเหตุใกล้ชิดกับพลเอกประวิตร โดยเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือเลขานุการของรองนายกฯซึ่งก็คือบิ๊กป้อมนั่นเอง และก่อนหน้านั้นก็เคยเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในสมัย พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นน้องของพลเอกประวิตรนั่งเป็นผบ.ตร.

แม้พลตำรวจเอกพัชรวาทจะออกตัวตั้งแต่แรก หากมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ตนเองอาจไม่เข้าร่วม เพื่อป้องกันข้อครหาในฐานะผู้มีส่วนได้เสียหรือถูกมองว่าใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวหา แต่ปมที่ว่าด้วยเหตุผลเรื่องทรัพย์สินเป็นของแม่และเพื่อนนั้น วรวิทย์ สุขบุญ รักษาการเลขาธิการป.ป.ช.รีบออกมาชี้แจง ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ อย่าเพิ่งไปคาดเดาอะไรกันมากนัก ขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติการดำเนินการตามระเบียบและวิธีปฏิบัติ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน

แต่บนความเชื่อมั่นของป.ป.ช.เช่นนี้ ฝ่ายที่ยังไม่มั่นใจยังตั้งข้อสังเกตกันต่อเนื่อง วิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า หากการชี้แจงออกมาในแนวทางที่ว่าแหวนเพชรเป็นของแม่ ส่วนนาฬิกาเรือนหรูยืมเพื่อนมาใส่นั้น ตนไม่รู้ว่าพลเอกประวิตรจะชี้แจงเช่นนั้นจริงหรือไม่ ถ้าเรื่องนี้มีการกล่าวอ้างจริง และป.ป.ช.เชื่อจริง หน่วยงานแรกที่ต้องยุบคือป.ป.ช. เพราะต่อไปนี้จะจับผีที่ไหนได้

ขณะที่ ปรีชา สุวรรณทัต อดีตกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตหรือป.ป.ป. และผู้ยกร่างกฎหมายเพื่อให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้ว่าถ้าบอกแหวนเป็นของแม่ ก็พอฟังได้ แต่ถ้าบอกว่านาฬิกาเป็นของเพื่อน อันนี้แหละที่ต้องทำให้กระจ่างถึงความเป็นมา ถ้าอ้างของเพื่อนให้ยืมใส่ มันง่ายเกินไป ต้องหาเหตุผลให้มีน้ำหนักมากกว่านี้

ถ้าบอกว่าเป็นของเพื่อน ก็ต้องบอกว่าเพื่อนคือใคร ต้องเอาเพื่อนมายืนยัน ซึ่งก็ต้องเตือนไว้ล่วงหน้าว่าเพื่อนต้องให้การตามความเป็นจริง ถ้าให้การเข้าข่ายช่วยปกปิด ก็จะมีความผิดไปด้วย อย่างน้อยก็ผิดฐานให้การเท็จกับป.ป.ช. โดยเฉพาะถ้าเพื่อนเป็นข้าราชการจะยุ่งหน่อย เพราะอาจต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย แต่ถ้าเป็นนักธุรกิจ ก็อาจจะรอดในประเด็นนี้

แต่ปรีชาก็ออกตัวก่อนว่า ตนเคยเป็นป.ป.ป. ส่วนยุคป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไรคงไม่สามารถตอบได้ แต่หลักการก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน นอกเสียจากป.ป.ช.จะมีเจตนาเป็นอย่างอื่น โดยเฉพาะประธานป.ป.ช.ที่ถูกเพ่งเล็งอยู่ ทั้งนี้หากมีการชี้แจงตามที่เป็นข่าวจริง ก็ขึ้นอยู่กับว่าป.ป.ช.จะเห็นว่าฟังได้หรือไม่ แต่ป.ป.ช.ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้รับรู้

ในฐานะที่กลายเป็นบุคคลตำบลกระสุนตก บรรดาคนใกล้ชิดบิ๊กป้อมต่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องรักอย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องความร่ำรวยผิดปกติหรือทรัพย์สินของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลแล้วยิ่งต้องร้อนใจเป็นพิเศษ มิเช่นนั้น ภาพความซื่อสัตย์ที่เป็นเครื่องห่อหุ้มตัวเองมาตลอดจะได้รับผลกระทบไปด้วย

เพิ่งผ่านพ้นวันรัฐธรรมนูญมา มองหาความเห็นที่น่าสนใจไปสะดุดกับมุมของ จาตุรนต์ ฉายแสง ผู้ที่ยึดมั่นอุดมการณ์อย่างหนักแน่นระบุว่า ปัจจุบันแม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่รัฐธรรมนูญก็กำหนดให้มีคสช.อยู่ไปจนกว่ารัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่ คสช.จึงมีอำนาจเด็ดขาดเหนืออำนาจอธิปไตยทั้งหลาย

คสช.เป็นกฎหมายเสียเองและอยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง การใช้อำนาจของคสช.สามารถหักล้างแม้แต่รัฐธรรมนูญหลายๆ มาตรา โดยเฉพาะมาตราที่กำหนดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ปัจจุบันคนทุกคนจึงไม่ได้อยู่ใต้กฎหมายที่เป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน จะถือว่าเรามีรัฐธรรมนูญแล้วย่อมไม่ได้ เนื้อหาของรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่สำคัญก็คือ อำนาจอธิปไตยไม่ใช่ของประชาชน แต่เป็นของชนชั้นนำที่ไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับประชาชน

คณะรัฐประหารกับพวก สามารถกำหนดอนาคตทิศทางของประเทศทั้งในรูปของการวางแผนยุทธศาสตร์และการกำหนดผู้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องยาวนาน รัฐธรรมนูญปัจจุบันจึงไม่ต่างอะไรจากโรดแมปของการอยู่ในอำนาจอย่างต่อเนื่องยาวนานของคสช.นั่นเอง  ถ้าจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นกฎหมายสูงสุดเร็วขึ้นก็คงต้องเรียกร้องให้คสช.หยุดใช้อำนาจตามใจชอบเสียที แต่ก็คงไม่ได้ผล

ดังนั้น หากอยากให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและยั่งยืน ต้องร่วมกันหาทางป้องกันไม่ให้คสช.ครองอำนาจต่อไปอย่างยาวนานตามที่วางแผนไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือ ในอนาคตข้างหน้าสังคมไทยจะมีความเชื่อว่าประเทศไทยจะต้องปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและไม่ยินยอมให้คณะบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาฉีกธรรมนูญทิ้งได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป ประเด็นหลังนี้คงเป็นไปได้ยาก ตราบใดที่ยังไม่มีการปฏิรูปกองทัพและประเทศไทยยังไร้ทหารอาชีพที่ไม่มาข้องแวะกับการเมือง

Back to top button