PF สดใส


คุณค่าบริษัท

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ถือเป็นอีกบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างสามารถรักษามาตรฐานของผลประกอบการได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะไตรมาส 1 ปี 2561 นั่นเอง คือ รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง

โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,139.21 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,060.13 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 195.32 ล้านบาท หรือ 0.0215 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 44.70 ล้านบาท หรือ 0.0055 บาทต่อหุ้น ซึ่งผลพวงจากรายได้ทั้งแนวราบและคอนโดเติบโตสูง

ผลดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์มองว่าระยะสั้นบวกต่อ โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2 ปี 2561 จะยิ่งออกมาดีกว่าไตรมาส 1 ปี 2561 เพราะนอกจากตัวเลขการโอนเดือน เม.ย. 2561 ทั้งแนวราบและคอนโดยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยไตรมาส 1 ปี 2561 แล้ว

แรงผลักดันกำไรเพิ่มคือ 1) การโอนคอนโด Hyde II ของ GRAND จะมากขึ้นเป็นประมาณ 500 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่เพียง 290 ล้านบาท และ 2) มีการขายที่ดินเปล่าเข้าบริษัทร่วมทุนกับ Hongkong Land ในล็อตแรกที่แจ้งวัฒนะ มูลค่า 800 ล้านบาท ขณะที่จากงวดเดียวกันของปีก่อนไม่มีการขายที่ดินเปล่าแต่อย่างใด อีกทั้งไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นฐานที่ต่ำเป็นขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท กำไรไตรมาส 2 ปี 2561 ยิ่งดูสูง

นอกจากนี้แนวโน้มกำไรปีนี้จะออกมาดีกว่าคาด กำไรสุทธิไตรมาส 1/2561 เป็นสัดส่วนถึง 65% จากประมาณการปัจจุบัน เพราะมีการเปิดขายโครงการใหม่เป็นจำนวนมากถึง 24 โครงการ มูลค่า 31,800 ล้านบาท และมีการขายที่ดินเปล่าเข้าบริษัทร่วมทุนเป็นจำนวนที่สูง

บริษัทมีนโยบายประหยัดค่าใช้จ่ายขาย-บริหารมากขึ้น ลดค่าโฆษณาลง โดยผ่านสื่อออนไลน์ และลดต้นทุนทางการเงินด้วยการนำที่ดินเปล่า (Land Bank) มาพัฒนา และขายที่ดินเปล่านำเงินมาชำระหนี้เงินกู้ คาดว่าจะมีการปรับประมาณการให้ดีขึ้น ส่วนยอดขายรอโอน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2561 เป็น 6,700 ล้านบาท บริษัทคาดจะรับรู้รายได้ปี 2561 ที่ 5,600 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการร่วมทุนกับบริษัทขนาดใหญ่ต่างประเทศ สำหรับแนวราบคือ Hongkong Land บริษัทถือหุ้น 51% และต่างประเทศถือหุ้น 49% มีแผนพัฒนาบ้านเดี่ยว ไฮเอนด์ 2 โครงการที่แจ้งวัฒนะและโซนด้านตะวันออก มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และคอนโด ได้ร่วมทุนกับ Sumitomo Forestry ซึ่งถือหุ้น 49% GRAND 40% และ PF 11% (PF รับรู้กำไรตามส่วนได้เสีย) จะมีโครงการไฮเอนด์ สูง 45 ชั้นย่านทองหล่อ มูลค่า 6,000 ล้านบาท และโครงการในอนาคตคือ ไฮเอนด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 10,000 ล้านบาท

ข้อดีของการร่วมทุน นอกจากมีโอกาสได้กำไรเพิ่มเมื่อโอน กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ได้รับค่าธรรมเนียมการบริหารแล้ว แต่ที่เห็นชัด ๆ คือจะมีกำไรจากการขายที่ดินเปล่าให้กับบริษัทร่วมทุนจำนวนมาก นั่นคือ ในปี 2561 ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และอีก 1,550 ล้านบาทในปี 2562

ส่วนด้านพัฒนาการอื่น ๆ โรงแรมมีแผนขายเข้า REIT ภายใน 3 ปี มูลค่า 12,000 ล้านบาท ล่าสุด GRAND ได้เสนอซื้อโรงแรม Royal Orchid Sheraton อีก 726 ห้อง รวมยอดสะสมเป็น 2,078 ห้อง ด้าน Kiroro สกีรีสอร์ทที่ญี่ปุ่น ก็มีแผนจะพัฒนาคอนโดลักซ์ชัวรี่ ภายใต้แบรนด์ “Yu Kiroro” มูลค่า 4,000 ล้านบาท หากสำเร็จก็จะมีวิลล่าเกิดขึ้นตามมาด้วย โดยเป็นลักษณะการร่วมทุน และมีที่ดินพร้อมที่จะพัฒนาต่อไป

ด้วยภาพการฟื้นตัวทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มีการปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จากเดิมถือ

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท อันดามัน ลองบีช รีสอร์ท จำกัด 894,218,441 หุ้น 10.32%
  2. นายชายนิด อรรถญาณสกุล 580,659,675 หุ้น 6.70%
  3. น.ส.กรรณิการ์ อรรถญาณสกุล 579,404,792 หุ้น 6.68%
  4. บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) 535,000,000 หุ้น 6.17%
  5. บริษัท อันดามัน วิลลา จำกัด 375,325,500 หุ้น 4.33%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายธวัชชัย นาคะตะ ประธานกรรมการ
  2. นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  3. นายชายนิด อรรถญาณสกุล กรรมการ
  4. นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ
  5. นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการ

Back to top button