
SCB จ่ายปันผลโดดเด่น
SCB โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 1. ธุรกิจขนาดใหญ่ 36.45% 2. ธุรกิจ SME 16.09% 3. สินเชื่อบุคคล 40.16%
คุณค่าบริษัท
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 1. ธุรกิจขนาดใหญ่ 36.45% 2. ธุรกิจ SME 16.09% 3. สินเชื่อบุคคล 40.16% (ภายใต้สินเชื่อบุคคล 40.16% จำแนกต่อเป็น 1. สินเชื่อเคหะ 33.05% 2. สินเชื่อเช่าซื้อ 5.19% 3. สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน 0.77% 4. สินเชื่ออื่น ๆ 1.15%) 4. สินเชื่อของบริษัทย่อย 7.3% (ภายใต้สินเชื่อของบริษัทย่อย 7.3% จำแนกต่อเป็น 1. บริษัท คาร์ด เอกซ์ 3.68% 2. บริษัท ออโต้ เอกซ์ 2.03% 3. บริษัทย่อยอื่น ๆ 1.59%)
SCB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 10,143.57 ล้านบาท ลดลง 13.35% จากไตรมาส 4/2567 และลดลง 15.86% จากไตรมาส 3/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 12,056.25 ล้านบาท กำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ บล.กสิกรไทยคาด 8% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 6% สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่สูงกว่าคาด 0.26% กำไรที่ลดลงจากไตรมาส 3/2568 เนื่องจากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่ลดลง และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่ลดลงจากค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และกำไรจากเงินลงทุน (FVTPL) ที่ลดลง ขณะที่กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบไตรมาส 4/2567 มาจาก NIM ที่ลดลง และ credit cost ที่สูงขึ้น
NPL ratio อยู่ที่ 4.1% เพิ่มขึ้นจาก 4.0% ในไตรมาส 3/2568 การเกิด NPL ใหม่ทรงตัวที่ 0.49% แต่การเกิด NPL ใหม่เพิ่มขึ้นในหลายกลุ่ม เช่น สินเชื่อ SME, สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ ขณะที่มีเพียงสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีการเกิด NPL ใหม่ลดลง อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ Stage 2 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 7.5% จาก 7.75% ในไตรมาส 3/2568 นอกจากนี้ SCB ได้ตั้งสำรองพิเศษ (Management Overlay) จํานวน 1.5 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 ส่งผลให้ยอดวงเงินสำรองรวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท
เป้าหมายทางการเงินปี 2569 ของ SCB ที่สำคัญ คือ 1. สินเชื่อเติบโตระดับหลักเดียวกลางถึงต่ำ จากสินเชื่อภาคธุรกิจ, สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ Gen 2 และ 2. NIM ที่ 3.0-3.2% สะท้อนคาดการณ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในปี 2569 3. รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตระดับหลักเดียวกลางถึงสูง จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง, ธุรกิจประกันผ่านช่องทางธนาคาร และธุรกิจ Gen 2 ทั้งนี้ SCB มั่นใจสามารถรักษาระดับการจ่ายปันผล (dividend payout ratio) ที่ 80% ได้
ข้อมูลจาก LSEG Consensus สำหรับ SCB ระบุว่า ประมาณการรายได้รวมปี 2569 ที่ 164,255.15 ล้านบาท และประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 45,589.98 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 136.88 บาท จาก 16 โบรกเกอร์
บล.กสิกรไทย คาดว่ากำไรในปี 2569 ของ SCB จะทรงตัว จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 เล็กน้อย 2.4% และ 3.0% มาอยู่ที่ 4.75 หมื่นล้านบาท และ 5 หมื่นล้านบาท จากการปรับลดสมมติฐาน credit cost ลง 0.05% คาดว่ากำไรปี 2569 จะทรงตัวจากปี 2568 จาก credit cost ที่ลดลง 0.19% จากปี 2568 มาอยู่ที่ 1.55% ในปี 2569 จะถูกชดเชยด้วย NIM ที่คาดว่าจะลดลง 0.17%
สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) หุ้น SCB ราคาปัจจุบัน (ราคาปิดวันที่ 10 ก.พ. 2569 ที่ 140.50 บาท) เทรดที่ P/E 9.64 เท่า สูงกว่า P/E กลุ่มธนาคาร ที่ 8.38 เท่า ส่วนค่า P/BV ของหุ้น SCB อยู่ที่ 0.97 เท่า สูงกว่า P/BV กลุ่มธนาคาร ที่ 0.76 เท่า

