
MINT ฟอร์มแรง! ไฮซีซั่นหนุนกำไรโต
เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ถูกมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 จะเติบโต หนุนให้งบปี 2568 เติบโตก้าวกระโดด สำหรับ MINT
คุณค่าบริษัท
เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ถูกมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน หนุนให้งบปี 2568 เติบโตก้าวกระโดด สำหรับบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งจะหนุนให้รายได้เติบโตแข็งแกร่ง ส่วนโรงแรมในยุโรปยังเติบโตได้ดี ขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจีนที่ฟื้นตัวดี
สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ โดย บล.พาย คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/2568 เติบโตที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 16% จากไตรมาสก่อน หนุนจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ด้วย 1) อัตราการจองห้องพักรวมเติบโต หนุนจากการท่องเที่ยวที่ยุโรป และมัลดีฟส์ 2) โรงแรม Anatara กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ หลังปิดปรับปรุง 5 แห่งรับไฮซีซั่น หนุนอัตราค่าห้องพัก (ADR) และรายได้ต่อห้องพัก (RevPar) เติบโต 3) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงต่อเนื่อง และ 4) กำหนดการเปิดร้านอาหาร Poulet 1 แห่ง
ส่วนรายได้กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร คาดทรงตัวจากอัตราการเติบโตของรายได้สาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 4/2568 อ่อนแอ ทั้งนี้ ประมาณการกำไรปกติในปี 2569 เติบโต 11% อัตราการเติบโตลดลงเล็กน้อยจากคาดการณ์เดิม เนื่องจากฐานปี 2568 มองสูงขึ้นที่ 9.3 พันล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.3% หนุนกำไรปกติเติบโต 13%
ด้าน บล.กรุงศรี คาดว่ากำไรในไตรมาส 4/2568 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของรายได้และการขยายตัวของอัตรากำไร ซึ่งคาดจะมี upside ประมาณ 4% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2568 ของเรา สำหรับกำไรในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการจองล่วงหน้าที่สูงขึ้นในทุกภูมิภาค ซึ่งช่วยหนุนรายได้และได้รับประโยชน์จาก financial leverage เพิ่มเติม
ฟาก บล.เคจีไอ มองแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 1/2569 โดยคาดว่า MINT จะยังคงได้ประโยชน์จากธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย หลังการปรับปรุงห้องพักเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อ พ.ย. 2568 ดังนั้น แนวโน้มธุรกิจโดยรวมจะหนุนจาก 1) ยอดจองห้องพักล่วงหน้าของโรงแรมในไทยไตรมาส 1/2569 ที่แข็งแกร่ง 2) RevPar และอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) 4 ไตรมาส ทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศแข็งแกร่ง 3) ธุรกิจร้านอาหารขยายสาขาได้ดี และ 4) ประสิทธิภาพการลดต้นทุนต่าง ๆ ของส่วนกลาง และรายจ่ายดอกเบี้ยลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่ปี 2569 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้จะเติบโตประมาณ 6-8% จากปี 2568 จากการเติบโตของทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร โดยธุรกิจโรงแรมจะมาจากแรงหนุนจากรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค ส่วนธุรกิจอาหารจะเติบโตจากนวัตกรรมสินค้า การออกโปรโมชันการตลาดใหม่ ๆ สร้างกระแสในโลกออนไลน์ การขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ และรูปแบบร้านที่มีความยืดหยุ่น รวมถึงการขยายในตลาดอินโดนีเซีย
สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น MINT ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 15.02 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 17.18 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาด อย่างไรก็ตาม ถ้าดู P/BV ที่ระดับ 1.68 เท่า ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.33 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 32.68 บาท จากราคาต่ำสุด 25.50 บาท และราคาสูงสุด 38.00 บาท

