SCB-PTG ยุทธการเก็บกระสุน

ช่วงสถานการณ์ไวรัสวายร้ายโควิด-19 อาละวาดหนัก ทำให้หลายบริษัทหันมาดูแลสภาพคล่องมากขึ้น..!!


สำนักข่าวรัชดา

ช่วงสถานการณ์ไวรัสวายร้ายโควิด-19 อาละวาดหนัก ทำให้หลายบริษัทหันมาดูแลสภาพคล่องมากขึ้น..!!

เห็นได้ชัดจากกรณีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประกาศยกเลิกซื้อหุ้นคืนวงเงิน 16,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมจะเริ่มซื้อหุ้นคืนวันที่ 20 เม.ย.–19 ต.ค. 2563

นั่นทำให้ SCB มีเงินสดตุนไว้ในกระเป๋า 16,000 ล้านบาท…

เพราะจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่เป็นช่วงวิกฤติ แถมการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด-19 ก็ยังไม่มีทีท่าจะจบในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ SCB ต้องเก็บเงินสดไว้เป็นสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจนเกิดปัญหาหนี้เสีย หรือ NPL ตามมาในอนาคต

ฟากบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จากเดิมกำหนดจ่ายปันผลงวดประจำปี 50 สตางค์ รวมทั้งสิ้น 835 ล้านบาท ก็ปรับเป็นปันผลระหว่างกาลและลดเงินปันผลลงเหลือ 20 สตางค์ รวมเป็นเงิน 334 ล้านบาท ซึ่งขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

PTG ระบุชัดว่า สาเหตุที่ปรับลดเงินปันผล เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้เสริมสภาพคล่อง เพื่อประคองธุรกิจให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่..?

รวมทั้งรองรับสถานการณ์วิกฤติภัยแล้ง และความผันผวนของเศรษฐกิจ

แหม๊…น่าสงสารผู้ถือหุ้น PTG ที่อกหักดังเป๊าะ…

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ก็ประกาศยกเลิกจ่ายปันประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.341 บาท เช่นกัน

ซึ่งเดิมกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา

แต่ในเคสของ KGI ไม่รู้ว่าจะเป็นยกเลิกจ่ายปันผลถาวร หรือแค่เลื่อนออกไป เพราะไม่ได้ระบุไว้..!!

งานนี้ผู้ถือหุ้น KGI แอบมีเสียว…

นี่เป็นแค่ 3 บริษัทที่งัดยุทธการเก็บกระสุนมาใช้สู้วิกฤติในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก…

ก็น่าจับตา หลายบริษัทที่ประกาศซื้อหุ้นคืนไปก่อนหน้านี้ จะยกเลิกการซื้อหุ้นคืนหรือเปล่า..? เพราะช่วงสถานการณ์อย่างนี้ จะซื้อหุ้นเพื่อพยุงราคา ให้กลับคืนสู่ราคาปกติคงยาก

ส่วนบางบริษัทก็ใช้บริหารสภาพคล่อง แต่สถานการณ์แบบนี้เก็บเงินสดไว้ก่อนน่าจะดีกว่า

หรือบางบริษัทที่ซื้อไปแล้ว เช่น บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP จะหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท โดยเริ่มซื้อตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.–10 ส.ค. 2563, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.–11 ส.ค. 2563

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กำหนดซื้อหุ้นคืนระหว่างวันที่ 1 เม.ย.–30 ก.ย. 2563, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 13,000 ล้านบาท กำหนดซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.–30 ก.ย. 2563 เป็นต้น

ก็อาจเปลี่ยนแผน…ซื้อน้อยลง ไม่เท่ากับเม็ดเงินที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

เพราะหากใช้เงินตรงนี้มากเกินไป อาจนำไปสู่สถานการณ์ยากลำบาก หากโควิด-19 ไม่จบเร็ว ๆ นี้…

…อิ อิ อิ…

Back to top button