ต่ำกว่า 1,480 น่าเก็บ?


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*การทรุดตัวฮวบฮาบของดัชนีดาวโจนส์เมื่อวันก่อนเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่า ตลาดหุ้นไทยคงต้องโดนแรงกระแทกแบบนี้อีกพักใหญ่ๆ จนกว่าช่วงประกาศงบจะสงบลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” ย้ำเสมอว่า ไม่ว่างบจะออกมา “ดี” หรือ “ไม่ดี” ตลาดหุ้นไทยต้องเจอกับ sell on fact อย่างเลี่ยงไม่ได้ และเป็นหนึ่งในตัวแปรที่จะกดดันดัชนีอย่างหนักในเดือน ก.พ. นะจะบอกให้

*ฉะนั้นการที่ดัชนีลงมายืนปิดที่ 1,468.51 จุด ลบไป 29.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.26 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นเรื่องที่แฟนคลับ “ข่าวหุ้น” เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง และสามารถพลิกเกมให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ทันที “โมนิก้า” จึงอยากเห็นนักลงทุนทำตัวยืดหยุ่นล้อไปกับสถานการณ์ เพราะโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยได้ถูกทดสอบแนวรับแรกบริเวณ 1,480 จุดอย่างเป็นทางการแล้วนะซี

*นั่นหมายความว่า คนที่จัดสรรเงินเป็น น่าจะเห็นโอกาสของการเก็บหุ้น เพราะในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยโดนพวก “กองทุน” กับ “ฝรั่ง” จัดหนัก ! ก็ยังพยายามรักษาฐานแนวรับแต่ละจุดอย่างเต็มกำลัง แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาว่า “เอาไม่อยู่” แต่อย่างน้อยก็ทำให้เดี๊ยนได้เห็นแรงรับยังมีอยู่ประปราย ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วย “ผ่อนหนักเป็นเบา” ได้ดีเลยทีเดียวนะนะนายจ๋า!

*เหมือนกับสถานการณ์ของหุ้น JMART ภายใต้การดูแลของ “พี่ตุ้ม” มีลักษณะคล้ายกับเรื่องที่ “โมนิก้า” ได้เกริ่นนำให้ฟังเป๊ะ ๆ แถมเมื่อดูไซเคิลของหุ้นออกมาในแนว “ขึ้นแล้วพัก” ก็ทำให้ฐานราคาหุ้นแน่นปั๊กอย่าบอกใครเชียว ! ผสานกับกำไรก็มาตามนัดทุกไตรมาส เดี๊ยนเลยไม่วอร์รี่ที่ราคาหุ้นลงมาปิด 22.30 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 2.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 762 ล้านบาทนะจ๊ะ

*ส่วนรายที่ย่อลงจนกลายเป็นหุ้นที่น่าเก็บสุด ๆ “โมนิก้า” คงเลือกมองไปที่ BGRIM เป็นตัวแรก ๆ สำหรับการเม้าท์แตก เพราะในมุมของสัญญาณเทคนิคที่โค้งตัวลงมาเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงเส้นแนวรับ 75 วันบริเวณ 49 บาท และยังมีเส้นแนวรับ 200 วันช้อนไว้ที่บริเวณ 48 บาท ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้การลงมายืนปิดที่ระดับ 49.75 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 562 ล้านบาท น่าสนใจขึ้นมาทันทีเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ BJC ถูกกระหน่ำขายทุกวันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย จนมีสิทธิ์ไหลลงมากองแถว 30 บาทแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ชาวสวนต้องจับตาดูให้ดี และควรตัดสินใจตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า หุ้นค้าปลีกรายนี้อยู่ในเรดาร์การลงทุนหรือเปล่า ? เพราะการลงมายืนปิดที่ระดับ 33.50 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 2.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 345 ล้านบาท เป็นการเทรดบน P/E 27 เท่าเอง!..ยิ่งหุ้นลงมาเยอะ ยิ่งทำให้พี/อีลด จึงเป็นโอกาสของการทยอยเก็บนะคะ

*สำหรับคนที่ชอบหุ้นในสไตล์รับแน่น ๆ “โมนิก้า” คงต้องมองไปที่หุ้น HMPRO อย่างไม่ลังเลใจ บวกกับในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาไม่เคยหลุด 13 บาท จึงกลายเป็นทริกช็อตที่เดี๊ยนนึกถึงในทันที พร้อมกับมองราคาปิดที่ระดับ 13.60 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 3.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 498 ล้านบาท คือจังหวะของการรอช้อนหุ้นเข้าพอร์ตแบบเน้น ๆ ยิ่งมองในมุมของเศรษฐกิจที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุด ยิ่งทำให้หุ้นตัวนี้เด่นขึ้นเป็นกองเมื่อลงมาเยอะ ๆ  พะยะค่ะ

*ส่วนรายที่ไม่ควรเข้าไปข้องแวะแม้แต่นิดเดียว “โมนิก้า” ขอคาดตาดำและชี้เป้าไปยังสายการบินสีแดง AAV หลังออกอาการเสียรังวัดให้เห็นอีกรอบ แม้จะพยายามเทกตัวขึ้นอีกรอบ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ไหวเหมือนเดิม วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 2.44 บาท ลบไป 0.08 บาท หรือลงไป 3.15 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 221 ล้านบาท เดี๊ยนมองในมุมไหน ด้านไหน ธุรกิจก็ไม่เวิร์กอยู่ดีเจ้าค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเม้าท์ถึงหุ้น TACC เพื่อบอกเล่าการวิ่งของหุ้นเกิดจากผลงานมาตามนัด และการกระชากขึ้นมาปิดที่ 7.20 บาท บวกไป 0.80 บาท หรือขึ้นไป 12.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 575 ล้านบาท ย่อมมาจากความคาดหวังที่มีต่องบปี 63 มีมากเหลือคณาจริง ๆ จึงอยากให้แฟนคลับลอง “คิดกลับไป คิดกลับมา” ว่า ราคาขนาดนี้เหมาะที่จะเล่นต่ออะป่าว ?

Back to top button