TACC สวยซ่อนรูป


คุณค่าบริษัท

หุ้นเล็กพริกขี้หนูที่อยู่ในกลุ่มเครื่องดื่ม “สุดซาบซ่าน” อยู่ในขณะนี้ ยกให้บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ยังคงสวยซ่อนรูปภายใต้จุดแข็งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นและยาวนาน กับยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อเบอร์หนึ่งของเมืองไทย “เซเว่น อีเลฟเว่น” มีสาขากระจายทั่วประเทศที่มีการตั้งเป้าให้ครบ 13,000 สาขา

จุดแข็งตามมาของ TACC ยังคงโชว์ผลงานได้ดี โดยเฉพาะผลการดำเนินงานปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 188.38 ล้านบาท หรือ 0.31 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 159.19 ล้านบาท หรือ 0.26 บาทต่อหุ้น

สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยมาจากการเพิ่มยอดขายทั้งในส่วนสินค้าที่มีกำไรสูงจากการพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถัดมาซาบซ่านต่อ เมื่อ TACC มีการประกาศปิดดีล M&A การเข้าร่วมทุนกับบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด (TCI) เพื่อร่วมมือในธุรกิจกัญชง-กัญชา

โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทาง TACC ได้เซ็น MOU กับบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อร่วมมือในธุรกิจทั้งกัญชา-กัญชง ตั้งแต่ต้นน้ำ, กลางน้ำ, ปลายน้ำ

สำหรับการร่วมทุน TACC ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด (TCI) โดยเข้าถือหุ้น 30% เพื่อพัฒนานำกัญชง-กัญชามาใช้เชิงอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเชิงพาณิชย์ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นการช่วยต่อยอดธุรกิจให้แก่บริษัท โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชา-กัญชง มองไว้ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอาหารเสริมต่าง ๆ จะสามารถออกสู่ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้ ปัจจุบันยังรอความชัดเจนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ผลพวงดังกล่าวเบื้องต้นเห็นได้ว่าราคาหุ้นบนกระดานของ TACC มีการตอบรับไปในทิศทางบวก ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้น เห็นได้ชัดจากราคาเดิมที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบริเวณ 6.10 บาท แล้วได้ขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุดในรอบนี้แถวราคา 9 บาท หรือราคาปรับตัวขึ้นราว 47.54%

สิ่งที่น่าสนใจต่อมา จากข้อมูล บล.เคทีบีเอสที มองแนวโน้มผลงานช่วงครึ่งแรกปี 2564 ของ TACC จะเติบโตต่อเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหากในช่วงไตรมาส 1/2564 นี้ มีความชัดเจนเรื่องการทำดีล M&A ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริษัทที่เข้ามาช่วยหนุนประสิทธิภาพในการผลิต “กลุ่มเครื่องดื่ม” และหากดีลสำเร็จ จะสามารถรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 2/2564 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้มีโอกาสปรับเพิ่มกำไรสุทธิและรายได้ของปี 2564 ขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังคาดทั้งปี 2564 กำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 236 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการขยายสาขา 7-11 ในประเทศที่ 700 สาขาต่อปี, คาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 35% และคาดการขยายสาขา 7-11 ไปยังประเทศกัมพูชาและสปป.ลาว มีรายได้จากทั้ง 2 ประเทศประมาณ 12 ล้านบาท โดยเบื้องต้นได้สมมติฐานการเปิดสาขาในกัมพูชา 100 สาขา และลาว 100 สาขา โดยช่วงเริ่มต้นคาดรายได้เฉลี่ยของ TACC/สาขา/ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 60,000 บาท (ปี 2564 รายได้เฉลี่ยของ TACC/สาขา/ปีในประเทศไทยอยู่ที่ 109,600 บาท)

นอกจากนี้ TACC ยังมีปัจจัยบวกตรงที่บริษัทสามารถขายชาขวดในกัมพูชาได้ รวมถึงปัจจุบันยังมีปัจจัยหนุนทั้งเรื่องดีล M&A, TESCO, การขยายตลาดการ์ตูนลิขสิทธิ์ และแผนการทำเครื่องดื่มกัญชง ทำให้เชื่อว่าราคาหุ้นควรกลับไปเทรดที่อย่างน้อยเท่ากับค่าเฉลี่ย 5-yr Average PER ที่ 30 เท่า

ท้ายสุดยังคงแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 11.60 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายชัชชวี วัฒนสุข 150,631,064 หุ้น 24.77%
  2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 67,297,027 หุ้น 11.07%
  3. นายทนุธรรม เกียรติไพบูลย์ 61,831,843 หุ้น 10.17%
  4. นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ 14,098,700 หุ้น 2.32%
  5. นายณัฐจักร์ เลียงชเยศ 12,000,000 หุ้น 1.97%

รายชื่อกรรมการ

  1. พล.ร.อ.อภิชาติ เพ็งศรีทอง ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการ
  4. นางจิรพรรณ คชฤทธิ์ ชูแสง กรรมการ
  5. นางพักตรา สุริยาปี กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

Back to top button