1600 จุดและ KTC

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร


วานนี้ตลาดหุ้นไทย ดัชนีปิดเหนือ 1,600 จุด ถือว่าแข็งแกร่งมาก

ช่วงเปิดตลาดภาคเช้า ดัชนีลงไปลึกสุด 1,590 จุด หรือลดลง 22.43 จุด ก็คิดว่าจะไม่รอด (ปิดต่ำกว่า 1,600 จุด) ซะแล้ว

พอเปิดตลาดบ่าย ดัชนีค่อย ๆ ดีดกลับ

และบางช่วงขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้ กระทั่งปิดตลาด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,601.13 จุด ลดลง 11.85 จุด เปลี่ยนแปลงเพียง -0.73% เท่านั้น

หากย้อนกลับไปดูตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้ว

ดาวโจนส์ร่วงลง -3.4% และเอสแอนด์พี500 ลง -1.9%

และพอมาดูตลาดหุ้นเอเชียที่ต่างพากันร่วงลงแรง 2-3% นำโดย NIKKEI ประเทศญี่ปุ่น ปิดลบ 3.29%

ทำให้คิดว่าของไทยน่าจะปิดต่ำกว่า 1,600 จุดแน่ ๆ

ทว่า ช่วงเปิดตลาดภาคบ่ายที่ดัชนีค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นมา เป็นผลมาจาก “ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส” พลิกกลับมาเป็นบวกได้กว่า 160-170 จุด จึงมาช่วยประคองดัชนีหุ้นไทยไว้ได้

ไม่ใช่แค่เพียงปัจจัยดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเท่านั้น

แต่การที่หุ้นไทยไม่ได้ลงไปมากนัก (ช่วงเช้า) สะท้อนให้เห็นว่า “พื้นฐานบริษัทจดทะเบียน” หรือ บจ. อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งพอสมควร

คือพอราคาหุ้นตัวไหนลงไปลึก ๆ หรือใกล้ต่ำกว่าพื้นฐาน หรือต่ำกว่าพื้นฐาน

เราจะเห็น “แรงซื้อ” เข้ามาค่อนข้างเยอะมาก

วานนี้ ช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยลงมาอยู่บริเวณ 1,595 จุด

ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

คุณภากร มองว่า หุ้นไทยปรับลงไปนิดหน่อย (จากปัจจัยภายนอกประเทศ) หรือไม่ได้ลงแรงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ สะท้อนปัจจัยภายในประเทศของเราอยู่ในเกณฑ์ดี

ที่สำคัญ “บจ.” ต่างมีความ “เข้มแข็งพอสมควร”

ล่าสุด ระหว่างเขียนต้นฉบับเวลา 19.00 น.

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ขยับบวกขึ้นเป็น 200 จุดแล้ว

หากดาวโจนส์ปิดบวกได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดเหนือ 1,600 จุดได้

เปิดตลาดมาวันนี้มีโอกาสที่ดัชนีจะ “บวก” ได้

แต่หลังจากนั้น อาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมา ทำให้ดัชนีไปไหนไม่ได้ไกล หรือ sideway นั่นแหละ

มีประเด็นที่น่าสนใจในช่วงที่ดัชนีรูดลงวานนี้

พบว่ามีหุ้นหลายตัวที่ไม่ได้ขยับลงตามภาพรวม หรือลงเพียงนิดหน่อยพอเป็นพิธีเท่านั้น

หนึ่งในนั้นคือ “บัตรกรุงไทย” หรือ KTC

KTC ภาคเช้าเปิดมาในแดนลบ

ก่อนจะลงไปต่ำสุด 65.50 บาท เป็นแนวรับที่สำคัญ และเป็นแนวรับที่แข็งเลยล่ะ

เพราะสัปดาห์ก่อนหน้านี้ (16 มิ.ย.)

ราคาหุ้น KTC เคยลงไปแตะ 65.50 บาท แล้วดีดกลับทันที ขึ้นมาปิด 66.50 บาท และวันถัดมาราคาหุ้นยังทรงตัวที่ระดับนี้ได้อยู่ หรือปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่แน่ใจว่า KTC ที่ลงไปวานนี้ 65.50 บาท มีใครทันบ้าง

แต่ที่ระดับ 66.75 บาท มีเข้ามารับกันไปกว่า 1.5 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

KTC เปิดตลาดช่วงบ่าย ค่อยขยับขึ้นแดนบวก และมาปิด 67.00 บาทต่อหุ้น บวก 0.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า  927.6 ล้านบาท

เป็นการปิดบวกสวนกับภาวะตลาดภาพรวมได้สวยงาม

หุ้น KTC ที่แข็งแกร่งกว่าตลาด

อาจจะมาจากปัจจัยเรื่องแบงก์ชาติที่จะปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลว่า อาจจะขยับลงมาเพียง 1-2% เท่านั้น

และเห็นว่าอาจจะไม่ปรับลดดอกเบี้ย “บัตรเครดิต”

เพราะดอกเบี้ยรูดปรื๊ดที่ว่านี้ เคยขยับลงมาแล้วเมื่อ 1 ปีที่แล้ว จาก 18% ลงมาเหลือ 16%

หากประเด็นนี้คอนเฟิร์ม จะเป็นบวกกับ KTC

เท่าที่สอบถามนักวิเคราะห์

ต่างมองว่า มีโอกาสที่ราคาจะดีดกลับยืนเหนือ 70.00 บาท อีกครั้ง

Back to top button