6 หุ้น..บันลือโลก

* หากใครถามว่า เดี๊ยนรู้สึกตื่นเต้นกับอาการ “ขึ้นแรง ลงแรง” ของตลาดหุ้นไทยขนาดไหน? เดี๊ยนตอบได้ทันทีว่า เฉย ๆ เพราะยังเป็นลูปเดิมที่เล่นกันมาเป็นเวลานาน บวกกับหุ้นตัวที่สลับหน้าขึ้นมาวาดลวดลายก็เป็นหน้าเดิม ๆ ซึ่งโดนถล่มขายไปก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในลักษณะ “เลือดจะไป ลมจะมา” เหมือนสาววัยทอง (พูดไปก็เหมือนตัวอีฉันเลย) เจ้าค่ะ


* หากใครถามว่า เดี๊ยนรู้สึกตื่นเต้นกับอาการ “ขึ้นแรง ลงแรง” ของตลาดหุ้นไทยขนาดไหน? เดี๊ยนตอบได้ทันทีว่า เฉย ๆ เพราะยังเป็นลูปเดิมที่เล่นกันมาเป็นเวลานาน บวกกับหุ้นตัวที่สลับหน้าขึ้นมาวาดลวดลายก็เป็นหน้าเดิม ๆ ซึ่งโดนถล่มขายไปก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในลักษณะ “เลือดจะไป ลมจะมา” เหมือนสาววัยทอง (พูดไปก็เหมือนตัวอีฉันเลย) เจ้าค่ะ

* ฉะนั้นการที่ดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,591.43 จุด บวกไป 12.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.94 หมื่นล้านบาท ย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับตัว “โมนิก้า” เพราะรู้กันมาสักพักหนึ่งว่า พวกสถาบันชอบทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เป็นประจำ ส่งผลให้การกลับเข้ามาซื้อของกองทุนมากถึง 500 ล้านบาท  ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด หรือกระทั่งป๊อบเทรดเดินหน้าลุยหุ้นพันล้าน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวอรี่นะจ๊ะ

* วันนี้ถึงต้องมองการขยับตัวไปมาในกรอบ 1,570-1,600 จุด ล้วนเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องอ่านเกมให้ออกตั้งแต่เนิ่น ๆ เดี๊ยนจึงขอแสดงความยินดีที่แมงเม่าใช้จังหวะดังกล่าวขายหุ้นทำกำไรออกไปก่อน เพราะข่าวสารที่เม้าท์แตกในห้วงเวลานี้ ยังไม่มีเรื่องไหนที่เป็นชิ้นเป็นอันพอจะทำให้หุ้นไทยขึ้นไปยืนเหนือกรอบด้านบนอย่างแข็งแกร่ง  จึงต้องค่อย ๆ ดูไปทีละช็อตนะตัวเอง

* เหมือนการวิ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง CBG ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 149.50 บาท บวกไป 6 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.07 พันล้านบาท ก็เป็นการวิ่งกลับขึ้นมาหายอดเดิมบริเวณ 150 บาทในวงรอบ 6 เดือน เหมือนเป็นการสื่อให้คนเล่นรู้ว่า ต่อจากนี้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องตัดสินใจกันเอาเองว่า กล้าเล่นไหม?

* เช่นเดียวกับในรายของหุ้นกระเบื้อง COTTO ก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.12 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 10.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.94 พันล้านบาท ก็เป็นการดันแบบบ้าคลั่งตามประสาหุ้นสตอรี่สวย จึงมีคนให้แวลูค่อนข้างสูง ส่งผลให้โมเมนตัมของหุ้นอยู่ในลักษณะของการเปลี่ยนฐานใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่จะสำเร็จแบบบูรณาการขนาดไหน? ก็ขึ้นอยู่กับงบจะออกมาสวยจริงป่าว?

* ส่วนรายที่สวยจนเข้าตารายใหญ่จังเบ้อเร่อ “โมนิก้า” คงให้พื้นที่กับหุ้นดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง SSP หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 15.20 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 7.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.06 พันล้านบาท พร้อมกับข่าวเม้าท์ที่ออกมาในทำนอง “หมอพงษ์ศักดิ์” ผนึกกำลังร่วมกับ “เสี่ยสุระ” เข้าทำรายการบิ๊กล็อตแบบไม่อั้นแบบนี้..คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า หุ้นจะหยุดอยู่แค่นี้ไหม?

* เมื่อมาแนวลุยกันเต็มเหนี่ยวทั้งที “โมนิก้า” ย่อมมองไปที่หุ้น FORTH เป็นรายถัดมาแบบไม่ลังเลใจ เพราะสเต็ปการขึ้นมาด้วยเรื่องผลงานล้วน ซึ่งเที่ยวนี้คิดกันไปถึงขั้นที่ว่า ดีชัวร์? เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการขึ้นมาปิดที่ระดับ 13.20 บาท บวกไป 1.70 บาท หรือขึ้นไป 14.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 205 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 20 เท่า มันเป็นเกมที่วางเดิมพันสูง เพราะต้องลุ้นกำไรในงวดนี้มาตามนัดไหม?

* อีกรายที่เว่อร์วังเหนือคำบรรยาย “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นสายการบินอย่าง BA เพื่อชี้ให้เห็นอาการระริกระรี้ในช่วง 1 เดือนเต็ม ๆ มันเป็นเรื่องที่น่าขบคิดมาก ๆ เพราะในเชิงของการเติบโตแบบยั่งยืน มันใช้กับหุ้นตัวนี้ไม่ได้เลย! แต่ถ้ามองในมุมของเหตุผลทางเทคนิคในการบันทึกบางอย่างเข้ามา อันนี้ก็พอรับฟังได้อย่างไม่ต้องสงสัย เดี๊ยนถึงอยากให้ทุกคนคิดกันเอาเองว่า การยืนปิดที่ 12 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 13.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 203 ล้านบาท ของจริงป๊ะ?

* ส่วนรายสุดท้ายที่สุดติ่งกระดิ่งแมว ต้องยกให้กับ “หุ้นเล็ก ใจใหญ่” ที่มาเหนือเมฆอย่าง UKEM แต่เพียงผู้เดียว เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ 3.46 บาท บวกไป 0.36 บาท หรือขึ้นไป 11.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.20 พันล้านบาท มันเป็นมูลค่าการซื้อขายเยอะสุดสำหรับหุ้นรายตัวของตลาดหุ้นไทย จึงอยากให้แฟนคลับจับตาดูว่า วันนี้จะมีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก เพราะน้องโมไปไม่ถูกแล้ว..ใครพอรู้บ้าง..ช่วยบอกที?

Back to top button