PTTGC ปิดจ๊อบ ‘เมกะดีล’.!

สำนักข่าวรัชดา


หลังจากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC คั่วดีลใหญ่มาตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางความคาดหมาย คาดเดา และจินตนาการของนักลงทุนไปต่าง ๆ นานา ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานว่าจะเป็นดีลอะไรกันแน่ จะต่อยอดกับ PTTGC ได้ยังไง..?

ขณะที่ผู้บริหารก็รูดซิบปากเงียบ ไม่ยอมแพร่งพรายข้อมูลใด ๆ…

ในที่สุด PTTGC ก็ปิดดีลได้ซะที…ด้วยการประกาศเทกโอเวอร์ Allnex Holding GmbH ที่ประเทศเยอรมนี..!!

แถมมูลค่าก็มากกว่าที่คาดกันไว้ มีมูลค่าสูงถึง 1.48 แสนล้านบาทเลยทีเดียว

ถือเป็นดีลใหญ่สุดนับตั้งแต่ PTTGC เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาจากการควบรวมระหว่างบริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH และบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTTAR เพื่อทำหน้าที่เป็นเรือธงในธุรกิจเคมีภัณฑ์ให้กับกลุ่มปตท.

เมกะดีลครั้งนี้ PTTGC จะทำผ่านบริษัทลูกอย่าง GC Inter B.V. โดยเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Allnex Holding GmbH จาก Allnex Holdings S.à.r.l ที่ราคา 3,575.9 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว 132,608 ล้านบาท และสัญญาเงินกู้ มูลค่า 426.3 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว 15,809 ล้านบาท

รวมทั้งซื้อหุ้นบุริมสิทธิใน Allnex Holding Germany II GmbH (Holding II) จาก WP INVEST GMBH (WP Invest) สัดส่วน 6% ที่ราคา 1,744 ยูโร หรือมูลค่าราว 64,673 บาท

แหม๊…นี่ถ้าไม่แน่จริง PTTGC คงไม่กล้าเล่นใหญ่ไฟกะพริบ เทกโอเวอร์บริษัทระดับโลกอย่างนี้หรอกมั้ง…

โดยเงินที่จะใช้ซื้อนั้น ส่วนหนึ่งมาจากกระแสเงินสดของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีเงินสดในมือราว 100,000 ล้านบาท และถ้าจำกันได้ก่อนหน้านี้ PTTGC เพิ่งขายหุ้นบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC สัดส่วน 12.73% ได้เงินมาอีกก้อนราว 25,126 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีเงินจากการออกหุ้นกู้เมื่อช่วงเดือน มี.คที่ผ่านมา และไปกู้แม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จำนวน 73,920 ล้านบาท (สัญญา 2 ปี คิดดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี) รวมทั้งกู้สถาบันการเงิน

ส่วนที่นักลงทุนกังวลว่าจะมีการเพิ่มทุนนั้น จนส่งผลให้วานนี้ (12 ก.ค.) หุ้น PTTGC ทรุดหนัก 6.41% ปิดตลาดที่ระดับ 54.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6,120 ล้านบาท ล่าสุด PTTGC ออกมานั่งยันนอนยันแล้วว่า ไม่มี๊ไม่มีจริงจริ๊ง…ก็ว่ากันไป

โอเค..แม้ดีลนี้มูลค่าสูงถึง 1.48 แสนล้านบาท แต่ถ้ามองในระยะยาว…เนื่องจาก Allnex Holding GmbH เป็นผู้ผลิต Coating Resins และสาร Additives ที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมทั่วไป อุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทั้งสารเคลือบผิวและหมึกชนิดพิเศษ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ก็จะช่วยหนุนกำไรในกลุ่ม High Value Business (HVB) ของ PTTGC ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงตามเมกะเทรนด์

ขณะที่งบการเงินของ Allnex Holding GmbH นั้น ก็จัดว่าสวย แค่ไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้ 1,897.1 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 70,192.7 ล้านบาท มากกว่ารายได้ทั้งปี 2563 ที่อยู่ที่ 1,831.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 67,761.8 ล้านบาทเสียอีก ส่วนกำไรไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 87.9 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 3,252.3 ล้านบาท มากกว่ากำไรทั้งปี 2563 ที่ 87.9 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 2,660.3 ล้านบาท

นั่นเท่ากับว่า PTTGC ซื้อปุ๊บ…รับรู้รายได้ปั๊บเลยนะ..!! โดยคาดดีลจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

ก็น่าจะช่วยหนุนให้ PTTGC โตระเบิดเถิดเทิงมากขึ้น…

ต้องบอกว่า เป็นอีกดีลที่ถือเป็นความฉลาดซื้อของ PTTGC เพราะเป็นการซื้อในจังหวะที่ทั่วโลกเกิดวิกฤต ทำให้ได้ของดี…ราคาถูกเข้ามาในพอร์ต

อืม…ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ “เฮียคงกระพัน อินทรแจ้ง” เลยนะเนี่ย…

น่าจับตาหลังจากนี้จะมีปิดดีลใหญ่ให้ฮือฮาปาจิงโกะอะไรอีกบ้าง..? เชื่อว่าคงไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก

ใช่ปะคะเฮียคงกระพัน

…อิ อิ อิ…

Back to top button