สายแหวก..ที่แท้ทรู

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน


* เดิมที “โมนิก้า” ไม่ต้องการพูดถึงความห่วยแตกในการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาล เพราะต้องการเอาเวลาที่มีอยู่ไปดูหุ้นรายตัวที่มีสตอรี่เด่น และยังมีอัพไซด์ให้วิ่งระเบิดเถิดเทิง แต่ทันทีที่มีข่าว หมอ.น ออกมาพูดถึงการฉีดวัคซีน “ชิโนแวค” สลับกับ “แอสตร้า” ก็ทำให้ชาวบ้านชาวช่องก่นด่ากันระงมทั้งบ้านทั้งเมือง พร้อมกับสร้างความสับสนให้กับประชาชนตาดำ ๆ แบบนี้..มันจะไปต่อกันอย่างไรหล่ะ..พ่อมหาจำเริญ..ญญ

* เนื่องจากวัคซีนทางเลือกก็ยังไปไม่ถึงไหน และยังไม่รู้จะได้ฉีดเข็มแรกเมื่อไหร่? ผนวกกับมีเรื่องเชื้อกลายพันธุ์เข้ามาผสมโรงอีกดอก เลยทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่เลวร้ายกว่ากลายเป็นระบบตรวจหาเชื้อยังทำได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการวิตกจริตอย่างหนัก ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีเลยแหละพ่อคุณ..ณณ

* ที่น่าอนาถใจไปกว่านั้นคือ การตรวจเชื้อด้วยตัวเองที่วันก่อน หมอ.น ออกมานั่งจ้อให้กระจอกข่าวฟังเป็นวรรคเป็นเวร เอาเข้าจริงในทางปฎิบัติก็ยังเป็นเรื่องไม่ชัดเจนอีกอยู่ดี “โมนิก้า” จึงได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างออกมาเป็นรูปธรรมสักทีเถิด! และด้วยเหตุนี้กระมัง ถึงมีคนเม้าท์กันให้แซ่ดว่า  นี่คือตัวพ่อ สายแหวก..ที่แท้ทรู!  หลังเจ้าประคุณรุนช่องมักแหวกแนวมันได้ทุกเรื่อง ทั้งที่เรื่องเก่ายังไม่จบ ก็มีเรื่องใหม่แหวกขึ้นมาอีกแล้ว..อิอิอิ

* เช่นเดียวกับการแหวกฟ้าคว้าดาวของตลาดหุ้นไทย จนขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,570.99 จุด บวกไป 21.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.52 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นสถานการณ์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งบางวันก็รู้สึกเฉย แต่บางวันก็รู้สึกตื่นเต้น หรือแม้กระทั้งรู้สึกเซ็งเป็ดก็มีเหมือนกัน จึงอย่าถือสาคนที่เลือดลมมาไม่ตรงวัน จึงอยากให้แฟนคลับเข้าใจอารมณ์ของเดี๊ยน มันก็เหมือนอารมณ์ของตลาดหุ้นที่ผันแปรไปตามข่าวสารนะจ๊ะ

* คล้ายกับความร้อนแรงของหุ้น CFRESH กลายเป็นจังหวะที่ทำให้ “โมนิก้า” ถึงกับนั่งอึ้งไปสักพักหนึ่งเลยทีเดียว เพราะการวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.34 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 296 ล้านบาท มันผิดธรรมชาติที่เคยเป็นมาจริง ๆ แถมผลงานในแต่ละปีก็ยังออกทะเล จึงอยากให้ขาลุยไตร่ตรองดูดี ๆ ว่า เที่ยวนี้จะมาพร้อมกำไรก้อนโตจริงอ่ะป่าว? เพราะที่ผ่านมามักมีอาการคึกสุดขีด ต่อจากนั้นก็ล่มปากอ่าวเป็นประจำน่ะสิ

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” นึกถึงหุ้นท่าเรือ NYT ขึ้นมาในทันที และสิ่งที่นึกถึงเป็นเรื่องแรกก็คือ พื้นฐานมันให้ แต่ราคาไม่รับ (ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่ยอมไปสักที) จึงมองการขึ้นมาปิดที่ 4.72 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 8.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 113 ล้านบาท น่าจะเป็นวงรอบเดิมของการเล่นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จึงอยากให้ขาลุยจับตาราคาแถว ๆ 5 บาทให้ดีเป็นพิเศษ เพราะเที่ยวก่อนก็จบตรงนี้เจ้าค่ะ

* อีกรายที่มีลักษณะคล้ายกัน คงมองไปที่หุ้น BWG เป็นรายถัดมาแบบไม่ลังเลใจ เพราะการขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.75 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 5.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 152 ล้านบาท อาจเป็นได้เพียงของแก้ขัดในยามเหงา แถมสเต็ปการเล่นก็ออกไปในแนว “มาเร็ว เคลมเร็ว” เดี๊ยนถึงมองเรื่องเทิร์นอะราวด์ น่าเร็วเกินไปที่จะพูดแบบไม่กระดากปาก หรือแม้กระทั่งสตอรี่ใหม่ ๆ ที่จะทำให้บริษัทพลิกกำไร ก็ยังต้องดูกันต่อไปจ้า!

* ผิดกับของที่ชัวร์ป๊าบอย่าง NER แบบสิ้นเชิง และเป็นช็อตที่ “โมนิก้า” พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ของเขาดีจริง! เพราะแค่มองเรื่องกำลังผลิตที่มีออเดอร์เพิ่มขึ้น ย่อมทำให้กำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว (อีโคโนมีออฟสเกล) เดี๊ยนถึงเห็นด้วยที่ราคาหุ้นจะไปต่อแบบสวย ๆ และการขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.65 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 7% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.21 พันล้านบาท ก็ยังห่างไกลจากเป้า 9 บาทที่เขาให้ไว้นะจ๊ะ

* เช่นเดียวกับการเด้งกลับของหุ้น JMART ย่อมเป็นช็อตที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่า ยุทธการเขย่าหุ้นจบลงแล้ว จึงไม่มีอะไรต้องวอรี่อีกต่อไป และกำไรน่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ “โมนิก้า” ถึงมองราคาปิดที่ 36.50 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 6.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 934 ล้านบาท น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นรอบใหม่ จึงอยากให้แฟนคลับติดตามดูหุ้นตัวนี้เป็นพิเศษนะจะบอกให้

* ป.ล.สุดท้าย “ฝรั่ง” กับ “กอง” ก็ใช้วิธีย้อนรอยเข้ามาไล่หุ้นอีกตามเคย และในไม่ช้าก็คงสาดหุ้นอีกเช่นกัน และทำให้รู้ว่า เกมหุ้นก็เป็นเช่นนี้แหละ

Back to top button