B ฤาจะซ้ำรอย ITD.!?

B เป็นหุ้นนอกสายตามานาน ก่อนหน้านี้เทรดกันวันหนึ่งไม่กี่สิบล้านบาท แต่อยู่ ๆ ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน ราคาก็วิ่งพรวดพราดขึ้นมาหน้าตาเฉย


หุ้นบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B เป็นหุ้นนอกสายตามานาน ก่อนหน้านี้เทรดกันวันหนึ่งไม่กี่สิบล้านบาท แต่อยู่ ๆ ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน ราคาก็วิ่งพรวดพราดขึ้นมาหน้าตาเฉย มูลค่าการซื้อขายพุ่งไปแตะหลักร้อยล้านบาท บางวันทำสถิติเกือบแตะ 2 พันล้านบาทด้วยซ้ำ…

ท่ามกลางความสงสัยทำไมถึงมีแรงเก็งกำไรในหุ้น B คึกคักขนาดนี้..?

มาถึงบางอ้อ…เมื่อ B ประกาศเพิ่มทุน ซึ่งการเพิ่มทุนครั้งนี้ เป็นแบบเฉพาะเจาะจง หรือ PP จำนวน 196 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.60 บาท

ไฮไลต์ไม่ได้อยู่ที่จำนวนหุ้น หรือมูลค่าเม็ดเงิน แต่อยู่ที่ผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนต่างหาก หนึ่งในนั้นมีนามสกุล “สิมะโรจน์” รวมอยู่ด้วย นั่นคือ “ณรงค์ชัย สิมะโรจน์” ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นจำนวน 160 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 96 ล้านบาท ส่วนอีกคนเป็น “วิริยะ จินต์วิริยะ” ได้รับการจัดสรรหุ้นจำนวน 32 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 19.20 ล้านบาท

ถ้าพูดถึงนามสกุล “สิมะโรจน์” ในวงการตลาดทุนรู้จักกันดี เคยฝากฝีไม้ลายมือไว้หลายรอบแล้ว…นักลงทุนในยุคเก่าคงจำได้ดี เมื่อเข้าหุ้นตัวไหนแล้วจะเป็นอย่างไร..? เรื่องนี้อย่าให้สาธยายเยอะ…เดี๋ยวงานเข้า..!!

เคสนี้ถูกหยิบโยงคล้ายคลึงกับกรณีหุ้นเสือดำ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ของ “เจ้าสัวเปรมชัย กรรณสูต” ที่เมื่อหลายปีก่อนมีการเพิ่มทุนแบบ PP ให้กับสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งมีทั้ง “เสี่ยยักษ์”-วิชัย วชิรพงศ์, “เสี่ยปู่”-สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล, เสี่ยนเรศ งามอภิชน และ “เสี่ยแมกซ์”-จักรพันธุ์ วชิรพงศ์ ตอนนั้นราคาก็ตอบรับปรับขึ้นร้อนแรง…

เป็นปรากฏการณ์พอมีคนที่มีชื่อเสียงได้รับการจัดสรรหุ้น ราคาก็วิ่งกระจุยกระจาย…แต่พอพ้นไซเลนต์พีเรียด กลุ่มเสี่ยเหล่านี้ก็หายไปหมด…ตอนนั้นก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ITD ยังสะกดกำไรไม่เป็นด้วยซ้ำไป แต่ราคากลับวิ่ง No.สน No.แคร์ปัจจัยพื้นฐาน…ซึ่งหลังจากนั้นราคาหุ้นก็ค่อย ๆ โรยราไปตามระเบียบ (พัก)…

ย้อนกลับมาที่ B…ผลงานในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยน่าภิรมย์นัก…ปี 2560 มีรายได้รวม 125 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 56 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้รวม 570 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 49 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้รวม 392 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท และปี 2563 มีรายได้รวม 349 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาท

แถมมีขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรอยู่ที่ 84 ล้านบาท…

ส่วนปีนี้ที่เห็นครึ่งปีแรกโชว์กำไรสุทธิ 98 ล้านบาท จากรายได้รวม 109 ล้านบาท ก็อย่าเพิ่งดีใจไปล่ะ…เพราะกำไรที่เห็นนั้น มาจากการบุ๊กกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินถาวรและสิทธิการเช่าท่าเรือนั่นเอง

แหม๊…ไม่ต่างจากกำไรหลอกตาเลยนะเนี่ย…

ก็น่าคิดว่า หากไม่มีกำไรพิเศษตรงนี้แล้ว ผลงานที่แท้จริงของ B จะยังสดใสซาบซ่าอยู่หรือเปล่า..? งบไตรมาส 3 คงได้รู้กัน…

แต่ที่แน่ ๆ หลังจากมีชื่อคนดังเข้ามาแล้ว…ราคาหุ้น B วิ่งไปไกลโข…โดยในรอบ 1 เดือน ราคาปรับขึ้นไป 34.85% และรอบ 3 เดือน ปรับขึ้น 39.06% จากเดิมราคาเคยย่ำอยู่ที่ 60 สตางค์เศษ ล่าสุดวิ่งไปที่ 89 สตางค์แล้ว…

ก็ต้องจับตาดูว่า บทสุดท้ายของ B จะคล้ายหุ้นเสือดำ ITD หรือเปล่า..? ที่สุดท้ายแล้วเสี่ย ๆ ทั้งหลาย ก็เผ่นแน่บไปหมดแล้ว มันเป็นมันนี่เกมชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น…ไม่ได้จีรังยั่งยืนหรอก…

ยังไงระวังไว้บ้างก็ดีนะ…เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button