ร้านบุฟเฟต์ มาร์เก็ตติ้งกินกำไร.!

นับวันศึกหม้อร้อน (ปุฟเฟต์สุกี้) ก็ยิ่งเดือดปุด ๆ และยังไม่มีทีท่าจะจบง่าย ๆ นะจิบอกให้...เห็นได้จากการที่แต่ละแบรนด์พยายามสรรหาแคมเปญการตลาดมาสู้ศึกกันอย่างดุเดือด..!!


นับวันศึกหม้อร้อน (ปุฟเฟต์สุกี้) ก็ยิ่งเดือดปุด ๆ และยังไม่มีทีท่าจะจบง่าย ๆ นะจิบอกให้…เห็นได้จากการที่แต่ละแบรนด์พยายามสรรหาแคมเปญการตลาดมาสู้ศึกกันอย่างดุเดือด..!!

คงรู้กันอยู่แล้วเนอะว่า ในตลาดนี้มี 3 ผู้เล่นหลัก นำโดยพี่ใหญ่แบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” ของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M ที่เมื่อปีที่แล้วกระโดดลงมาเล่นในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาต่ำเต็มตัว ผ่านการเปิดไฟต์ติ้งแบรนด์ (Fighting Brand) “โบนัส สุกี้” (Bonus Suki) 

ตามด้วยแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” ของบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ที่มีบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เป็นแบ็กให้ (ถือหุ้น 30%) ส่วนอีกค่ายเป็นแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” (Lucky Suki) ของบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด มีกลุ่มเซ็นทรัลอย่างบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL หนุนหลังเช่นกัน (ถือหุ้น 40%) 

ถ้าวัดกันที่ลูกเล่นการตลาดแพรวพราว คงต้องยกให้ “สุกี้ตี๋น้อย” ที่มักจะมีโปรโมชันหรือเกมให้ FC เข้ามาร่วมสนุกไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดจะเปิดสาขาใหม่ ยังมีกิมมิคให้ FC เข้ามาทายภาพ โดย 20 คนแรกที่ทายถูก จะได้รับคูปองกินฟรี มูลค่า 276 บาท, โปรฯ เปิดสาขาใหม่ หากใส่เสื้อ Tn Family มา กินฟรี! วันละ 200 คน 3 วัน 3 คืน หรือโปรฯ กุ้งแก้ว ฟรี! ทานได้ไม่อั้น ตัวใหญ่ คุณภาพส่งออก ที่สุกี้ตี๋น้อย PLUS+ ทุกสาขาราคา 299 บาท เป็นต้น 

หันไปดู “ลัคกี้ สุกี้” ก็ขยันออกโปรโมชันต่อเนื่อง อาทิเช่น โปรฯ “ลัคกี้กุ้งแก้ว” เสิร์ฟฟรีแบบไม่มีกั๊ก กินกันให้จุใจยามดึก! ฟรี! เฉพาะวันอังคาร/พุธ/พฤหัสบดี ตลอดเดือน พ.ค. 2569 นี้, โปรฯ “ลัคกี้คู่หู คู่ดอง” ผู้ใหญ่เพิ่มเพียงท่านละ 99 บาท/เด็กเพิ่มท่านละ 49 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ทานได้ไม่อั้น ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2569 นี้ เป็นต้น

ส่วน “เอ็มเค สุกี้” ลูกเล่นอาจจะน้อยไปนิดถ้าเทียบกับ 2 แบรนด์คู่แข่ง แต่ก็มีนะ อาทิ โปรฯ เหลือ 5 บาทฟินได้ !! เพราะ 5 บาทที่ MK แลกซื้อเนื้อจานที่สองได้ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2569-12 มิ.ย. 2569 เท่านั้น เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เท่านั้น และโปรฯ แค่มา 4 คนขึ้นไป และสั่งชุด “สุกี้น้ำข้น” ให้เสียงเข้มที่สุด รับฟรีไปเลย! บะหมี่หยกจานใหญ่ (มูลค่า 85 บาท) เป็นต้น

  โอเค…การทำการตลาดเป็นไฟต์บังคับให้แบรนด์ต้องทำ เพื่อดึงคนเข้าร้านให้มากที่สุด ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นยอดขายหรือรายได้รวมที่เติบโตโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น “สุกี้ตี๋น้อย” โดยงบปี 2568 รายได้รวมเติบโต 30.39% อยู่ที่ 9,225.85 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 7,075.43 ล้านบาท ฟาก “ลัคกี้ สุกี้” งบปี 2568 รายได้รวมแตะที่ 2,152.45 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 111.96% เทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 1,015.45 ล้านบาท

มีแค่ “เอ็มเค สุกี้” หรือ M เท่านั้น ที่งบปี 2568 รายได้รวมลดลง 2.0% อยู่ที่ 15,109 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 15,418 ล้านบาท นั่นอาจเป็นพราะเพิ่งลงมาเล่นตลาดบุฟเฟต์อย่างจริงจังก็ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ไปแล้ว

แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น…ต้องแลกมาด้วยมาร์จิ้นที่ลดลง..!!

สะท้อนได้จากอัตรากำไรสุทธิของแต่ละแบรนด์ที่ลดลงฮวบฮาบ โดย “ลัคกี้ สุกี้” เดิมอัตรากำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 10.68% ปรับลดลงเหลือ 3.39% ในปี 2568 ส่วน “สุกี้ตี๋น้อย” อัตรากำไรสุทธิเหลือแค่ 9.37% จากปี 2567 ทำได้ 16.52% ขณะที่ M อัตรากำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 3.70% จากที่เคยทำได้ 5.43%

เป็นสาเหตุทำให้กำไรของทั้ง 3 แบรนด์ลดลงถ้วนหน้า..!? 

อย่าง “ลัคกี้ สุกี้” งบปี 2568 กำไรสุทธิเหลือแค่ 72.95 ล้านบาท ลดลง 32.71% เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 108.43 ล้านบาท ส่วน “สุกี้ตี๋น้อย” งบปี 2568 กำไรสุทธิเหลือแค่ 864.08 ล้านบาท ลดลง 26.06% เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,168.76 ล้านบาท ขณะที่ M งบปี 2568 มีกำไรสุทธิ 838 ล้านบาท ลดลง 41.9% เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท 

งั้นถ้าจะบอกว่า ทั้ง 3 แบรนด์โดนมาร์เก็ตติ้งกัดกินกำไร..ก็ไม่ผิดนะสิ..!!

ขณะที่ศึกนี้เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังต้องฟัดกันอีกยาวไกล…

“เอ็มเค สุกี้” จะยังรักษาบัลลังก์หม้อร้อนได้หรือไม่..?? “สุกี้ตี๋น้อย” และ “ลัคกี้ สุกี้” จะช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์ไปได้มากน้อยแค่ไหน..?? โปรดติดตามตอนต่อไป

อย่าลืมว่าสงครามยังไม่จบ..อย่านับศพทหารนะออเจ้า..!? 

..อิ อิ อิ…

Back to top button