พาราสาวะถี

ประเด็นการระบาดอีกกระทอกของโควิด-19 ในประเทศไทย ไม่ต้องบอกก็รับรู้กันทั้งประเทศต้นตอมาจากการรับนักท่องเที่ยวแบบเทสต์ แอนด์ โก


มันต้องเป็นไปเช่นนั้นแล ประสาคนที่ไม่ยอมรับความผิดพลาด ประเด็นการระบาดอีกกระทอกของโควิด-19 ในประเทศไทยอันเนื่องมาจากสายพันธุ์โอมิครอน ไม่ต้องบอกก็รับรู้กันทั้งประเทศต้นตอมาจากการรับนักท่องเที่ยวแบบเทสต์ แอนด์ โก แต่หากจะยืดอกยอมรับมันก็ยิ่งเหมือนการตบหน้าตัวเอง ดังนั้นสถานการณ์ตัวเลขผู้ป่วยที่จะพบสูงขึ้นต่อเนื่องหลังจากนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องมีแพะมารับบาปตามแบบฉบับคนละครึ่งของผู้นำเผด็จการและขบวนการสืบทอดอำนาจ

การปล่อยให้เกิดการเคลื่อนย้ายคนครั้งใหญ่ในเทศกาลปีใหม่ ด้วยข้ออ้างเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วค่อยมาลุ้นผลกันหลังจากนั้น แต่พอฟังการแถลงข่าวของ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เรื่องตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อที่จะพุ่งสูงขึ้นแล้ว มันเหมือนการตลบหลังยังไงชอบกล เพราะเห็นได้ชัดว่ามีการจำเพาะเจาะจงไปยังจุดที่จะทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก่อนหรือคลัสเตอร์ นั่นก็คือ ร้านอาหารแปรสภาพมาจากพวกกึ่งผับ บาร์ และคาราโอเกะทั้งหลาย

สิ่งที่หมอการเมืองชี้ให้เห็นก็คือ ร้านอาหารจำพวกนี้ไม่ทำตามมาตรการ COVID free setting เป็นระบบปิด ระบายอากาศไม่ดี คนแออัดเพราะไม่จำกัดจำนวนคนเข้าร้าน ไม่เว้นระยะห่าง อีกทั้งหลาย ๆ ร้านยังส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการแสดงดนตรีสด บางร้านปล่อยให้เล่นการพนัน จึงทำให้พบคลัสเตอร์จากร้านอาหารในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก่อนจะชี้ต่อร้านเหล่านี้ไม่มีนโยบายให้เปิด แต่ทางร้านขอเปิดเป็นร้านอาหาร และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอนุญาตให้เปิด

นั่นหมายความว่า โยนภาระความรับผิดชอบทั้งหมดให้ไปเป็นเรื่องของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งผู้ที่นั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ประธานในการตัดสินใจก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดนั่นเอง คำถามก็คือ เช่นนี้จะมีศบค.ที่อาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินอ้างว่าเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ให้ทันสถานการณ์ไปเพื่ออะไร เมื่อประเมินแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดในรูปแบบนี้ ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจในฐานะผู้อำนวยการศบค.ไม่คิดที่จะสั่งการอะไรเลยหรือ

หรือแม้แต่บรรดาคณะที่ปรึกษาที่มีทั้งหมอการเมืองและหมออาชีพที่อิงการเมือง ไม่คิดที่จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสั่งการไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้ชะลอหรือสั่งงดการอนุญาตให้ร้านอาหารจำแลงเหล่านั้นหยุดประกอบการเป็นการชั่วคราวไปก่อนหรือ เพื่อประเมินตามมาตรการให้รัดกุม รอบคอบและปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ของโควิดกลายพันธุ์ที่ข้อมูลทางวิชาการแสดงชัดเจนว่าติดง่ายกระจายได้เร็ว

เข้าใจได้ว่าเกรงจะกระทบคะแนนนิยม หรือเกิดการลุกฮือไม่พอใจของบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย แต่ภายใต้สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ผู้นำที่ดีต้องกล้าที่จะตัดสินใจและให้ความสำคัญในความปลอดภัยของประชาชนส่วนใหญ่เป็นด้านหลัก มากกว่าที่จะมาห่วงเรื่องอื่นซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย ยิ่งจำนวนของผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมระยะยาว นักท่องเที่ยวที่จะเปิดรับในอนาคตย่อมไม่มั่นใจ

เห็นได้ชัดว่าทันทีที่มีการสั่งชะลอการรับนักท่องเที่ยวแบบเทสต์ แอนด์ โก ตัวเลขของชาวต่างชาติที่มีความประสงค์จะเดินทางมาประเทศไทยก็หายวับไปในทันที มีผู้ประสงค์ที่จะเข้าสู่ระบบแซนด์บ็อกซ์เพียงเล็กน้อย ยิ่งระบบกักตัวแม้จะลดระยะเวลาก็ไม่ได้สร้างแรงจูงใจแต่อย่างใด ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจไม่กล้าตัดสินใจแบบเด็ดขาด และคงหนีไม่พ้นอ้างว่าฟังความเห็นจากคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นด้านหลักก็คือ ประเมินแล้วโควิดโอมิครอนติดง่ายแต่ไม่รุนแรง จึงจำเป็นต้องผ่อนคลาย

รอลุ้นกันต่อไปว่าตัวเลขจะกระโดดไปสูงขนาดไหน แต่คงไม่ถึงกับที่กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ไว้แบบเลวร้ายสุดคือพบผู้ติดเชื้อ 3 หมื่นรายต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากในเชิงทฤษฎีตามความเห็นของหมอหลายราย ความไม่รุนแรงของโอมิครอนจะทำให้มีโอกาสที่จะนำพาโควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ ล่าสุด นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้อย่างน่าสนใจ

ไทยกำลังจะเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี หลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะก้าวกระโดดหลายหมื่นคนแต่ละวันในไม่ช้า แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป เชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอน มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปรับตัวเองให้เข้ากับคนได้ดียิ่งขึ้น แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้น ลดระยะฟักตัว และเปลี่ยนจากการก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ ทั้งส่วนบนและส่วนล่างรุนแรงเฉียบพลัน กลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดเล็กธรรมดา ไม่รุนแรง

เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ค่อยลงปอด เหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่เรารู้จักมานานอย่างน้อย 50 ปีแล้ว โดยเชื้อโคโรนาไวรัสดั้งเดิม 4 ชนิดก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดาในเด็ก เป็นเองหายเอง ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อนี้ เพราะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ เนื่องจากเกือบทุกคนเคยติดเชื้อนี้มาแล้วสมัยเป็นเด็ก ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมดังว่า กรณีของโควิดโอมิครอน หมอมนูญเชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเคยฉีดหรือเคยติดโควิดสายพันธุ์เดิมมาก่อน จะได้รับเชื้อสายพันธุ์นี้ไม่ช้าก็เร็ว

หากเป็นอย่างที่หมอรายนี้คาดการณ์ จากนี้จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และทำให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จบลงเสียที อนาคตเราคงไม่ต้องมาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เข็ม 4 กันอีก เพราะทุกคนได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติชนิดตัวเป็นอ่อนฤทธิ์ หรือ live attenuated vaccine กระตุ้นภูมิต้านทานได้ดีกว่าวัคซีนทุกชนิดที่มีในปัจจุบัน อนาคตของบริษัทผลิตวัคซีนต่อต้านไวรัสโควิด-19 คงไม่รุ่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่คงภาวนาอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นไปได้หรือไม่ไม่มีใครกล้ายืนยันได้

Back to top button